
จับตาพันธบัตรสหรัฐ
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทยพาดหัวข่าวในวันที่ 11 ม.ค. 2018 ที่ว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุดของโลก จะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ได้สร้างความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดความกังวลต่อนักลงทุนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอย่างมาก
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทย
พาดหัวข่าวในวันที่ 11 ม.ค. 2018 ที่ว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุดของโลก จะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ได้สร้างความตื่นตระหนกและก่อให้เกิดความกังวลต่อนักลงทุนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอย่างมาก
ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทันที ซึ่งดัน ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับสูงขึ้นจากระดับ 2.50% เป็น 2.59% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาพันธบัตรจะปรับตัว ในทิศทางตรงกันข้ามกัน เมื่ออัตราผลตอบแทนปรับขึ้น หมายถึงราคา พันธบัตรปรับลดลง)
นอกจากนี้ บิล กรอส ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนของเจนัส แคปิตอล แมเนจเมนท์ และเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแปซิฟิก อินเวสท์เมนท์ แมเนจเมนท์ หรือ PIMCO กองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐรายใหญ่อันดับ 1 ของโลก ออกมาทวีตข้อความ โดยระบุว่า "ตลาดพันธบัตรเข้าสู่ภาวะหมีแล้ว หลังจากปรับตัวสดใสเป็นเวลานานกว่า 25 ปี"
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูข้อมูลการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา น่าจะพอเดาได้ว่านักลงทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐจะมีความสุขมากเพียงใด เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับลดลงต่อเนื่องจากระดับ 2.60% ในช่วงปลายปี 2016 มาปิดที่ระดับ 2.41% ในช่วงสิ้นปี 2017 แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเวลาเดียวกันนั้น อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับสูงขึ้นจาก 1.28% มาเป็น 1.89% ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนรวมดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว อายุ 20 ปีขึ้นไป สำหรับปี 2017 ให้ผลตอบแทนสูงถึง 9% ในขณะที่ผลตอบแทนของกองทุน รวมดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น อายุ 1-3 ปี กลับให้ผลตอบแทน เพียง 0.26%
แม้สำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) จะออกมาแถลงการณ์ในเวลาถัดมาว่ารายงานข่าวดังกล่าวข้างต้นนั้นอาจจะเกิดจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และอาจเป็น "ข่าวลวง" แต่ด้วยทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะยังคงทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดขนาดงบดุล (ลดการถือครองตราสารหนี้ต่างๆ ที่ไล่ซื้อมาในช่วงกระตุ้น เศรษฐกิจ) นักลงทุนจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น และตรวจสอบ แนวทางการปรับกลยุทธ์การลงทุนของผู้จัดการกองทุน สำหรับการลงทุนในตลาดพันธบัตรสหรัฐในระยะถัดไป







