posttoday
บาทแข็งสุดไตรมาสแรก

บาทแข็งสุดไตรมาสแรก

14 มกราคม 2561

กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ค่าเงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่ามากที่สุดในไตรมาสแรกปีนี้ จากนั้นจะอ่อนตัวลงเป็น 34 บาท สิ้นปีนี้ตามการฟื้นตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ (ดัชนี DXY) และการชะลอตัวของสภาวะเงินเกินดุลในบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย

กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ค่าเงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่ามากที่สุดในไตรมาสแรกปีนี้ จากนั้นจะอ่อนตัวลงเป็น 34 บาท สิ้นปีนี้ตามการฟื้นตัวของดัชนีเงินดอลลาร์ (ดัชนี DXY) และการชะลอตัวของสภาวะเงินเกินดุลในบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย

สัปดาห์ก่อนค่าเงินบาทปิดที่ 31.127 บาท โดยสัปดาห์นี้คาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่ามาอยู่ที่ 31.70-32.10 บาท

"เราประหลาดใจค่าเงินบาทที่แข็งอย่างยาวนานในไตรมาส 4 ปี 2560 แต่คาดว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะฟื้นตัวจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเดินหน้าปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง เราจึงยืดประมาณการสูงสุดของการแข็งค่าเงินบาทเป็นช่วงสิ้นไตรมาสแรกปีนี้เดิมไตรมาส 4 ปี 2560"

สมบัติ เอกวรรณพัฒนา นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) คาดว่า ธุรกิจส่งออกที่ได้รับผลด้านลบจากการแข็งค่าของเงินบาท เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) บริษัท เอสวีไอ (SVI) กลุ่มเกษตร-อาหาร ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (TIPCO) บริษัท มาลีสามพราน (MALEE)

ธุรกิจท่องเที่ยวเสียประโยชน์จากการแลกเหรียญเป็นบาทได้น้อยลง คือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)

สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลบวก คือ ธุรกิจเรือเทกอง อย่าง บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) และบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL)

ธุรกิจที่ได้ประโยชน์คือนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ได้แก่ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) บริษัท คอมเซเว่น (COM7) บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) และบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS)

นอกจากนั้นธุรกิจที่มีหนี้เงินกู้ต่างประเทศจะมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บริษัท การบินไทย (THAI) และ บริษัท อาร์ ซี แอล (RCL) เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท