posttoday
พลิกโฉมวิสาหกิจชุมชน สู่ Smart SMEs

พลิกโฉมวิสาหกิจชุมชน สู่ Smart SMEs

14 มกราคม 2561

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ

โดย ยินดี

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ที่สำคัญจากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าที่มีนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงจาก Startup แบบดั้งเดิม ไปสู่ SMEs และก้าวสู่ Smart SMEs นับเป็นการสร้างโอกาสใหม่และพลิกโฉมวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างยอดขายได้มากกว่าเดิมถึง 200-300% เพียงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้อย่างถูกวิธี จากทางเลือกที่มีอยู่มากมาย ด้วยองค์ความรู้ที่มีการถ่ายทอดประสบการณ์ และการเข้าไปร่วมมือพัฒนาในองค์รวมของธุรกิจฐานรากตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

วิสาหกิจชุมชนใน จ.ระยอง ถือเป็นอีกหนึ่ง เป้าหมายของรัฐบาล ในการให้จังหวัดมีแผนส่งเสริม และสนับสนุนให้เป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง และมีศักยภาพ เพื่อรองรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น และการขยายตัวของการท่องเที่ยวใน จ.ระยอง ที่มีสัดส่วนขยายตัวสูงขึ้นในแต่ละปี สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดย ททท.ที่กำหนดเป็นเป้าหมายในปี 2560 เพื่อมุ่งหวังกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนอย่าง ลึกซึ้งในประเทศ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 รวมถึงการเป็นพื้นที่การลงทุนเป้าหมายสำคัญในปัจจุบัน และการลงทุนในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

การเปลี่ยนแปลงของวิสาหกิจชุมชนใน จ.ระยอง เริ่มเห็นพัฒนาการที่เด่นชัดมากขึ้นในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ หลังจากที่ "สมาคมเพื่อนชุมชน" ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าวิถีและอัตลักษณ์ของชุมชนรอบพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จึงกำหนดแนวทางเพื่อเข้าไปช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชน โดยร่วมกับอาจารย์และนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้คัดเลือก 8 วิสาหกิจชุมชนต้นแบบ ด้วยการสร้างกลไกของการเป็นเครือข่ายระหว่างวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงทั้งในด้านวัตถุดิบ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน การนำระบบ อี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce) มาใช้เพื่อการพัฒนาการผลิต จัดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำบรรจุภัณฑ์และจำหน่ายสินค้าให้มีความทันสมัย ทันกับยุคกระแสของตลาด และความต้องการที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วยการเชื่อมโยงผูกพันเรื่องราววิถีชุมชนแบบดั้งเดิมลงไปในผลิตภัณฑ์ได้อย่างลงตัว ภายใต้โครงการสมาคมเพื่อนชุมชนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนต้นแบบเขตพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ตามแนวทาง "ธรรมศาสตร์โมเดล" ของสมาคมเพื่อนชุมชน จ.ระยอง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสมาคมเพื่อนชุมชนได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากเป็นที่ยอมรับของตลาดใน 8 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบระยะแรก รอบพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์แล้ว ในปีนี้ได้มีการต่อยอด ส่งเสริมเพิ่มอีก 6 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้ามาเป็นเครือข่าย โดยแผนงานนี้ สมชาย หวังวัฒนาพาณิช นายกสมาคมเพื่อนชุมชน มองว่า

"โครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนโดยรอบ จ.ระยอง ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องด้วยโมเดลที่สมาคมวางไว้ให้ เชื่อได้ว่าศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนเหล่านี้จะสามารถพัฒนาไปจนถึงการเป็น Smart SMEs ที่แข่งขันได้ในระดับสากล"

การดำเนินงานมาแล้วใน 2 รุ่น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็นรูปธรรมจนสามารถขยายเครือข่ายของวิสาหกิจชุมชนได้เพิ่มขึ้น ทางสมาคมจึงมีแนวคิดที่จะขยายโครงการเปิดรับวิสาหกิจชุมชนเป็นรุ่นที่ 3 ต่อไป

พลิกโฉมวิสาหกิจชุมชน สู่ Smart SMEs

อนุวรรษ สุขพ่วง ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนแปรรูปไม้/เฟอร์นิเจอร์ ชุมชนมาบชลูด-ชากกลาง ที่ทำผลิตภัณฑ์แบรนด์ "Eco Sala" ในระบบที่อยู่บนหลักการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Symbiosis) ระหว่างชุมชนและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 วิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมจากสมาคมฯ รุ่นที่ 2 กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรับวัสดุไม้เหลือใช้จากโรงงานและนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างรายได้กับชุมชน โดยจะเป็นลักษณะการขายในกลุ่มเพื่อนบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม และใช้วิธีการคำนวณต้นทุนแบบคร่าวๆ แต่หลังจากที่เพื่อนชุมชนได้นำแนวทาง "ธรรมศาสตร์โมเดล" เข้ามา ทำให้วิธีคิดและวิธีมองสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในมือเปลี่ยนทันที

"เราเริ่มมองเห็นอนาคตของสินค้า หลังจากที่เห็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 200% เราได้ไอเดียใหม่ แนวคิดใหม่ ที่จะนำพาให้เราสามารถพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาจากวัตถุดิบที่เรามี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าและคนรุ่นใหม่รวมไปถึงการวางแผนทางการเงิน การคำนวณต้นทุนของสินค้า และจัดทำระบบบัญชีเพื่อรับรู้รายได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของสินค้าที่เราจะผลิตมากขึ้น เข้าใจในการดำเนินงานเพื่อสร้างรายได้ต่อยอดจากสิ่งที่เพื่อนชุมชนได้นำมาให้เราอย่างยั่งยืนต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต" อนุวรรษ กล่าว

นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิสาหกิจชุมชน โดย ปราณี จิตติรบำรุง ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสะพานหิน ผลิตน้ำพริกแกง พื้นบ้านระยอง/ไข่เค็ม/กะปิ กล่าวว่า ทางกลุ่ม ได้รับคำแนะนำตามแนวทางโมเดลของคณะ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาช่วยคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขายของกลุ่มแม่บ้าน ทำให้กลุ่มได้แนวคิดใหม่ๆ รวมทั้งสามารถแก้ปัญหาของกลุ่มที่มีอยู่แบบเดิมๆ ทำให้เกิดความคล่องตัว ในการบริหารจัดการ สร้างผลกำไรที่ดีขึ้น จนมาสู่การต่อยอดธุรกิจแบบมืออาชีพ

พลิกโฉมวิสาหกิจชุมชน สู่ Smart SMEs

"จากการเข้ามาช่วยแนะนำ ร่วมกันคิดค้นสูตร และร่วมหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเดิมทางกลุ่มมีปัญหาในเรื่องบรรจุภัณฑ์ คือการซีลถุงพริกแกง แต่เมื่อได้รับคำแนะนำทำให้กลุ่มแม่บ้านมีสินค้าที่เก็บไว้ได้นาน เป็นการช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและการคำนวณต้นทุน ผลกำไร การวางแผนงานอย่างเป็นระบบมีการแบ่งงานกันทำ ก่อให้เกิดรายได้อย่างคุ้มค่า และส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านมีเป้าหมายการต่อยอด เพื่อวางแผนธุรกิจในอนาคต" ปราณี กล่าว

หากวัดเป็นจำนวนยอดขายที่เพิ่มขึ้น ปราณี กล่าวว่า จากเดิมมีรายได้จากการขายเดือนละ 5,000 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 2 หมื่นบาท/เดือน นับว่าโมเดลนี้ช่วยส่งเสริมยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 300% และต้นทุนการผลิตลดลง 53% นับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็น รูปธรรม ซึ่งการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนถือเป็นแนวทางที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ "ไทยแลนด์ 4.0" สำหรับแผนงานในระยะต่อไป สมาคมเพื่อนชุมชนจะนำโมเดลใหม่ๆ เข้ามาถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้และพัฒนาวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงชุมชนที่อยู่โดยรอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่ จ.ระยอง n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท