รพ.ผิวหนังอโศกลงทุน800ล้านขยาย5สาขา
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก วาดแผน 5 ปี ขยาย 5 สาขา ลงทุนสาขาละ 400 ล้านบาท ปีนี้ลงทุน 800 ล้านบาท จับกลุ่มเด็ก หวังเป็นลูกค้าระยะยาว ปีนี้ตั้งเป้าโต 30 – 40% ปีหน้าฟันยอดขาย 300 – 400 ล้านบาท
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก วาดแผน 5 ปี ขยาย 5 สาขา ลงทุนสาขาละ 400 ล้านบาท ปีนี้ลงทุน 800 ล้านบาท จับกลุ่มเด็ก หวังเป็นลูกค้าระยะยาว ปีนี้ตั้งเป้าโต 30 – 40% ปีหน้าฟันยอดขาย 300 – 400 ล้านบาท
น.พ.ประยูร เจนตระกูลโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผิวหนังอโศก เปิดเผย ทางโรงพยาบาลได้วางแผน 5 ปี นับจากปีหน้าเป็นต้นไปขยายโรงพยาบาลปีละ 5 สาขา โดยลงทุนสาขาละประมาณ 400 ล้านบาท รวม 2,000 ล้านบาท ตลอด 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสาขาแรก คือ สาขาปิ่นเกล้า จะเปิดดำเนินการได้ในปลายเดือน ม.ค. ปีหน้า ส่วนอีก 4 สาขา จะเปิดในกรุงเทพฯ อีกหนึ่งแห่ง อีก 3 แห่งอยู่ในหัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยว
ทั้งนี้ เมื่อโรงพยาบาลเปิดดำเนินการสาขาปิ่นเกล้าแล้ว ต่อจากนั้นโรงพยาบาลจะเริ่มขยายตลาดชาวต่างชาติอย่างจริงจัง ด้วยการจ้างบริษัทตัวแทนในประเทศกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งคาดว่าภายใน 2 ปีสัดส่วนชาวต่างชาติของสาขาอโศกจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% จาก 10% ในปัจจุบัน
ซึ่งในขณะนี้จำนวนลูกค้าต่างชาติได้เพิ่มขึ้นแล้วหลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองสงบลง ประกอบกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เปิดให้บริการ
“ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวการให้บริการรักษาโรคผิวหนังสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ด้วยการใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 800 ล้านบาท ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ ซึ่งสร้างความแตกต่างจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่จะเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลตั้งเป้าที่มีสัดส่วนลูกค้าที่เป็นเด็ก 15 – 20% การเปิดแผนกเด็กนี้จะเป็นการสร้างฐานลูกค้าของโรงพยาบาลในระยะยาวเมื่อเด็กได้รักษาที่โรงพยาบาลแล้วเมื่อโตขึ้นก็จะเป็นลูกค้าของโรงพยาบาลด้วย” น.พ.ประยูร กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับลูกค้าผู้ใหญ่มีสัดส่วน 75% ซึ่งยังแบ่งเป็นการเข้ามารับการรักษาโรคทางผิวหน้า 40% ส่วนอีก 60% เป็นการเข้ามารับการรักษาเพื่อความสวยงาม และลูกค้าอีก 5% เป็นลูกค้าที่เข้ามาทำศัลยกรรม ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10 – 15% เนื่องจากโรงพยาบาลพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ต้องการทำศัลยกรรมจะอยู่ในระดับบีและซีบวก โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่จะตัดสินใจทำศัลยกรรมที่ราคาจึงเกิดสงครามราคาในตลาดดังกล่าว
อย่างไรก็ตามการทำศัลยกรรมของโรงพยาบาลไม่ได้ลงไปเล่นสงครามราคาจับกลุ่มลูกค้าบีบวก และเอ ที่จะทำศัลยกรรมเพื่อความพอใจเท่านั้น จึงเป็นสาเหตุให้สัดส่วนยังน้อยอยู่ คาดในอนาคตสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น เมื่อโรงพยาบาลเป็นที่รู้จักมากขึ้น
สำหรับยอดขายของโรงพยาบาลในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตราว 30 – 40% หรือคิดเป็นมูลค่า 240 – 300 ล้านบาท คาดว่าหลังจากมีการเปิดสาขาที่ 2 แล้วยอดขายในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 400 – 500 ล้านบาท


