
สถานการณ์สิ่งแวดล้อมปี 2560
บทสรุปสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพิบัติภัยของโลกปี 2560
โดย ธเนศน์ นุ่นมัน
บทสรุปสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพิบัติภัยของโลกปี 2560 ที่ผ่านมา มีเรื่องใหญ่ที่น่าเป็นห่วงหลายเรื่อง เริ่มจากรายงานข่าวเรื่องกรณีที่ดาวเทียมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า สามารถจับภาพหนึ่งในแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักมากถึงราว 1 ล้านล้านตัน แตกออกจากคาบสมุทรแอนตาร์กติกหรือขั้วโลกใต้
แน่นอนว่า ปี 2560 เป็นอีกปีที่อากาศร้อนหฤโหด เกิดคลื่นความร้อน วิกฤตภัยแล้ง หลายพื้นที่ทั่วโลก เกิดพายุเฮอริเคน และอุทกภัยหลายแห่ง ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก หรือกลุ่มประชากรสัตว์ทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ได้แก่ เต่าทะเล พะยูน โลมา และวาฬ อันเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
ทช.ระบุด้วยว่า จากผลการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นย้อนหลัง 3 ปี พบว่ามีสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเฉลี่ยปีละ 400 ตัว แบ่งเป็นเต่าทะเล 57% โลมาและวาฬ 38% และพะยูน 5% สาเหตุสูญเสียเต่าทะเลและพะยูนเกิดจากติดเครื่องมือประมงเป็นอันดับ 1 ถึง 74% และ 89% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มโลมาและวาฬป่วยตามธรรมชาติมากกว่า 60% นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์เต่าทะเลที่ลดจำนวนลง
อย่างไรก็ตาม ถือว่าปีที่ผ่านมาประเทศไทยประสบความสำเร็จควบคุมความรุนแรงของหมอกควันไฟป่า จนนับว่าดีขึ้นจนลดจุดความร้อน (Hot Spot) ลงถึง 40% จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ลดจุดความร้อนลงเหลือ 5,418 จุด จากปี 2559 ที่มี 10,133 จุด และลดจำนวนวันเกิดฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานลงเหลือ 38 วัน
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทยปีที่ผ่านมาว่า คุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลัก 59 แม่น้ำของประเทศอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดี เพิ่มขึ้นจาก 80% ในปี 2559 เป็น 86% แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่น้ำตาปีตอนบน จ.นครศรีธรรมราช ลำตะคองตอนบน จ.นครราชสีมา ลำชี จ.สุรินทร์ แม่น้ำสงครามและสายบุรี จ.นราธิวาส ส่วนแหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ท่าจีนตอนล่าง พังราดตอนบน ระยองตอนล่าง และกวง เนื่องจากเป็นช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านชุมชนเมืองที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่วนเกณฑ์เสื่อมโทรมลดลงจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 14 และไม่มีแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก
ขณะที่คุณภาพน้ำทะเลโดยรวมดีขึ้นจาก 91% เป็น 96% โดยแหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อ่าวสะพลีและอ่าวทุ่งวัวแล่น จ.ชุมพร ทะเลแหวกและหาดต้นไทร เกาะพีพี จ.กระบี่ และช่องแสมสาร จ.ชลบุรี ส่วนแหล่งน้ำทะเลที่มีคุณภาพเสื่อมโทรมสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ปากคลอง 12 ธันวา และหน้าโรงฟอกย้อม กม.35 จ.สมุทรปราการ ปากคลองท่าเคย จ.สุราษฎร์ธานี ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ และปากแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำเสียจากชุมชน แหล่งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้ฝุ่นละอองยังเป็นปัญหาในบางพื้นที่ โดยพบว่า ต.พระลาน จ.สระบุรี มีค่าฝุ่นละออง 19-257 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สูงที่สุดในประเทศ เนื่องจากเป็นแหล่งเหมืองหิน โรงโม่บดหรือย่อยหิน โรงปูนซีเมนต์ และการขนส่งซึ่่งได้เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ส่วนรองลงมาพบใน จ.ลำปาง มีค่าฝุ่นละออง 237 มคก./ลบ.ม. ที่มีผลมาจากปัญหาหมอกควัน







