
แก้ปัญหาด้วยไบโอเมตริกซ์
เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่ธนาคารซิตี้แบงก์นำเอาเทคโนโลยีด้านเสียงพูด (Voice Biometrics)
โดย แบงก์กลิ้ง
เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่ธนาคารซิตี้แบงก์นำเอาเทคโนโลยีด้านเสียงพูด (Voice Biometrics) มาใช้ในการยืนยันตัวตนในการให้บริการลูกค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ นับเป็นการนำเอาเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในระบบการเงินเป็นรายแรกในประเทศไทย โดยมุ่งหวังให้ผู้ใช้บริการทางการเงินได้รับความสะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ทางซิตี้แบงก์ยืนยันว่านวัตกรรมวอยซ์ ไบโอเมตริกซ์มีความปลอดภัยระดับสูงสุด สำหรับลูกค้าที่จะไม่มีใครสามารถแอบแฝงมาทุจริตหรือฉ้อโกงได้ ธนาคารจะแยกแยะว่าเป็นลูกค้าตัวจริงหรือไม่ด้วยเสียงแก้ปัญหาการเปิดบัญชีปลอมและอีกหลายเรื่อง โดยมีระบบปฏิบัติการที่ตรวจสอบและแยกองค์ประกอบเสียงของลูกค้าที่แตกต่างกัน ซึ่งระบบจะบันทึกเสียงของลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาจัดเก็บในรูปแบบพิมพ์เสียง และเข้ารหัสเป็นตัวเลขเป็นการรักษาความปลอดภัย 2 ชั้น ไม่สามารถลอกเลียนแบบเสียงกันได้ แม้จะเป็นฝาแฝดกันก็ตาม
ระบบวอยซ์ ไบโอเมตริกซ์อาจจะแปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่ในต่างประเทศมีการใช้ไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) กันอย่างแพร่หลายมานานแล้ว เห็นได้จากในภาพยนตร์ไซ-ไฟชื่อดังหลายเรื่อง อย่างเช่น Gattaca หรือ Minority Report และอีกหลายๆ เรื่องที่มีทั้งการสแกนม่านตา เสียง ลายนิ้วมือ ใบหน้า ดีเอ็นเอ ลายเซ็น ฯลฯ ที่ใช้สำหรับเป็นรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงสถานที่หรือแหล่งข้อมูลในระดับขั้นที่มีความลับสูง ไม่เพียงแต่ข้อมูลทางชีวภาพไบโอเมตริกซ์ยังรวมไปถึงลักษณะเฉพาะทางพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แต่ละบุคคลที่สามารถนำมาใช้ในการยืนยันตัวตนที่แท้จริงได้
นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)อธิบายว่า ไบโอเมตริกซ์ (Biometrics)เป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพ เทคโนโลยีการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ โดยการตรวจวัดคุณลักษณะทางกายภาพ (Physical Characteristics) และลักษณะทางพฤติกรรม (Behaviors) ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคนมาใช้ในการระบุตัวบุคคล
หลังจากนั้นก็จะนำมาใช้เปรียบเทียบกับคุณลักษณะที่ได้มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลก่อนหน้านี้ เพื่อใช้แยกแยะบุคคลนั้นจากบุคคลอื่น
ที่ยกตัวอย่างของการใช้ไบโอเมตริกซ์ในธุรกิจการเงิน ก็เพราะเกิดกรณีที่มีนักศึกษาถูกขโมยบัตรประชาชนนำไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคาร จำนวน 9 บัญชี และเจ้าของบัตรถูกจับกุมตัวส่งเข้าห้องขังทั้งที่ไม่ได้กระทำผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นและไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าหากระบบการตรวจสอบดีและมีมาตรฐาน
ทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกรณีบัตรประชาชนหายและธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้รับเปิดบัญชีด้วยบัตรประชาชนที่ถูกแจ้งหายได้ถกเถียงกันในเรื่องของความบกพร่องที่เกิดขึ้นในการใช้บัตรประชาชนปลอมมาเปิดบัญชีเงินฝาก ซึ่งมิจฉาชีพใช้ช่องโหว่ในการไม่ตรวจสอบการพิสูจน์ตัวตนมาก่อเหตุฉ้อโกงประชาชน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้ไม่น่าจะเป็นการเกิดเหตุครั้งแรก แต่น่าจะเป็นข่าวใหญ่โตและได้รับความสนใจจากประชาชนมากมายเป็นครั้งแรกมากกว่า
จากการติดตามประเด็นนี้มายังไม่มีข้อสรุปว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร นอกจากมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกมาขู่จะปรับธนาคาร 7 แห่งที่ยอมให้ผู้ที่ใช้บัตรประชาชนของผู้อื่นมาเปิดบัญชีเงินฝากแห่งละ 1 ล้านบาท ตามกฎหมายฟอกเงินเท่านั้น
ผู้เขียนเห็นว่าขณะนี้วิทยาการก้าวไกลไปมากแล้ว การแก้ไขปัญหามีมากมายหลายวิธีและสามารถนำเอานวัตกรรมไบโอเมตริกซ์มาใช้ก็เป็นแนวทางที่ดี และน่าจะช่วยสกัดมิจฉาชีพสวมบัตรประชาชนผู้อื่นไปก่ออาชญากรรมได้ผลกว่าการใช้วิธีแบบเดิมๆ ที่พิสูจน์แล้วว่ามีช่องโหว่มากมาย
ตั้งแต่ซิตี้แบงก์นำร่องใช้ระบบวอยซ์ ไบโอเมตริกซ์ก็ยังไม่เคยได้รับรายงานว่าเกิดข้อบกพร่อง เรื่องนี้อาจจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มบ้าง แต่ถ้าทำแล้วดีต่อส่วนรวมก็น่าจะถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า







