
คลีนิกข์ขยายฐานลูกค้าเปิดตัวเคาน์เตอร์แบรนด์โฉมใหม่
คลีนิกข์ เปิดตัวเคาน์เตอร์แบรนด์โฉมใหม่แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ลุยขยายฐานลูกค้าใหม่ สิ้นปีหวังโต2หลัก
คลีนิกข์ เปิดตัวเคาน์เตอร์แบรนด์โฉมใหม่แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ลุยขยายฐานลูกค้าใหม่ สิ้นปีหวังโต2หลัก
นางนันทวัลย์ เหล่าสินชัย ผู้จัดการทั่วไปเครื่องสำอาง คลีนิกข์ บริษัทเอลก้า(ประเทศไทย) เปิดเผยว่าบริษัทใช้กลยุทธ์การทำตลาดระดับโลก ผลิตภัณฑ์คลีนิกข์ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ล่าสุดใช้งบลงทุนกว่า 7 ล้านบาท เปิดตัวเคาน์เตอร์ผลิตภัณฑ์คลีนิกข์ภายใต้แนวคิดใหม่ “เซอร์วิส แอส ยัวร์ ไลค์”ผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าในไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรูปแบบเคาน์เตอร์เดียวกับในนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และลอนดอน สหราชอณาจักร ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้
สำหรับเคาน์เตอร์คลีนิกข์แนวคิดใหม่ ได้เปิดให้บริการเป็นร้านต้นแบบแห่งในห้างสรรพสินค้าพารากอน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน ด้วยการจัดวางสินค้าพร้อมแสดงป้ายราคาชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจและเลือกดูผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ณ จุดขายว่าต้องการซื้อในช่วงนั้นได้หรือไม่ โดยเคาน์เตอร์ดังกล่าวมีพื้นที่ให้บริการ 64 ตร.ม. และคงสัดส่วนพื้นที่ให้บริการด้านๆต่างๆเหมือนเดิมหรือ ฟูลเซอร์วิส ในผลิตภัณฑ์คลีนิกข์ กลุ่มต่างๆ จากปัจจุบันมีเคาน์เตอร์ให้บริการทั้งสิ้น 43 แห่ง
หลังจากเปิดให้บริการเคาน์เตอร์รูปแบบใหม่ดังกล่าวช่วงเกือบ 1เดือนที่ผ่านมา ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย ทั้งที่เป็นสมาชิกลูกค้าอายุระหว่าง 25-45ปี ที่ปัจจุบันมีกว่า 1 แสนราย ซึ่งใช้งานจริงสัดส่วน60% และยังเป็นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เด็กลง หรือ เป็นวัยรุ่นในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่เข้ามาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในเคาน์เตอร์โฉมใหม่นี้มากขึ้น และส่งผลให้บริษัทมียอดขายสินค้าในเคาน์เตอร์คลีนิกข์โฉมใหม่เติบโตเพิ่มขึ้น20% จากปัจจุบันคลีนิกข์มีสินค้าให้บริการไม่ต่ำกว่า 1000 รายการ(เอสเคยู)
พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมเปิดภาพยนตร์โฆษณชุดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ เลเซอร์ โฟกัส ที่ออกกาศไปเมื่อต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับหน้าขายผลิตภัณฑ์ในช่วง3เดือนสุดท้ายของปี53 ที่คาดว่าตลาดและเศรษฐกิจในภาพรวมจะฟื้นขึ้นเทียบกับต้นปีที่ผ่านมา จากการที่ศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางเมืองบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากปัญหาการเมือง ซึ่งเสียโอกาสในการทำตลาดของคลีนิกข์ด้วย เช่นกัน โดยบริษัทวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในระดับราคา700-กว่า3,000 บาท โดยกลุ่มสมาชิกคลีนิกข์มีการใช้จ่าย3ครั้งต่อปีเฉลี่ยกว่า 1หมื่นบาท
จากแนวทางดังกล่าว บริษัทคาดสิ้นปีนี้จะมีอัตราการเติบโต2 หลัก จากปีที่แล้วบริษัทมีอัตราการเติบหลักเดียว โดยมียอดขายแบ่งเป็น กลุ่มผลิตภัณฑ์ปรนิบัติผิว(ทรีตเมนต์)สัดส่วน 65% กลุ่มแต่งหน้า(เมคอัพ)สัดส่วน 30% ที่เหลือ5% เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายและน้ำหอม และคาดว่าภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เคานเตอร์แบรนด์ในปีนี้จะมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น จากกำลังซื้อที่คืนกลับมาคึกคักในช่วงปลายปีนี้







