
พณ.เพิ่มสินค้าควบคุม
“สนธิรัตน์” เตรียมเพิ่มรายการสินค้าควบคุมกว่า 6 รายการ คาดมียางพารา ชี้ปรับขึ้นค่าแรง 15 บาท/วัน กระทบสินค้าแค่ 1%
“สนธิรัตน์” เตรียมเพิ่มรายการสินค้าควบคุมกว่า 6 รายการ คาดมียางพารา ชี้ปรับขึ้นค่าแรง 15 บาท/วัน กระทบสินค้าแค่ 1%
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 ม.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะเสนอรายการสินค้าเพิ่มเติมเข้าบัญชีสินค้าควบคุม เช่น ยางพารา กลุ่มแชมพู สบู่เหลว เป็นต้น เพื่อใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ามาดูแล ซึ่งการเพิ่มรายการสินค้าควบคุมเนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่มีเสถียรภาพ เมื่อเป็นสินค้าควบคุมจะทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น ส่วนสินค้าเกษตรนั้นมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำจึงจำเป็นต้องดูแล
“การประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีการทบทวนบัญชีรายการสินค้าที่ติดตามดูแลและรายการสินค้าควบคุมประจำปี 2561 ซึ่งมีหลายรายการที่จะเสนอเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม เพื่อติดตาม สถานการณ์ราคาสินค้าเป็นพิเศษอาจมีมากกว่า 6 รายการ มีสินค้าเกษตรรวมอยู่ด้วย” นายสนธิรัตน์ กล่าว
สำหรับผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการศึกษาผลกระทบแล้วตั้งแต่การปรับเพิ่ม 2-15 บาท หากปรับสูงสุด 15 บาท/วัน เชื่อว่าจะกระทบต้นทุนประมาณ 1% โดยจับตาสินค้าที่มีความอ่อนไหวหรือใช้แรงงานสูง เช่น ชุดนักเรียนมีการปรับราคาขึ้นหรือไม่ และเพื่อดูแลราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายการทำงานในปี 2561 กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยจะเน้นการดูแลสินค้าเกษตรให้เกิดความเป็นธรรมและหันมาสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น โดยจะร่วมทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำข้อมูลร่วมกัน หรือบิ๊กดาต้า เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการสินค้าและกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาช่วยพัฒนาการแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม
ขณะที่การดูแลค่าครองชีพจะเน้นการนำกฎหมายมาดูแลราคาให้เหมาะสมเพื่อให้เป็นไปตามกลไก โดยในปีนี้จะเร่งดำเนินการเพิ่มร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ภายใต้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 ให้ได้อีก 2 หมื่นแห่ง ภายในเดือน มี.ค.นี้ จะทำให้มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอีดีซีเพิ่มเป็น 4 หมื่นแห่ง ช่วยเหลือด้านสินค้าราคาถูกให้กับผู้มีรายได้น้อย และยังมีสินค้าธงฟ้า ราคาถูกกว่าท้องตลาดเป็นทางเลือกให้กับประชาชนด้วย
นอกจากนี้ ยังจะดูแลผู้มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยการสร้างอาชีพดึงแฟรนไชส์เข้ามาช่วย ตลอดจนการสร้างอาชีพในเชิงบริการ อาทิ แม่บ้านที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งมีความต้องการจำนวนมาก จะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนไมโครเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพในการสร้างนวัตกรรม การวิจัย และพัฒนา เพื่อผลักดันออกสู่ตลาดต่างประเทศ รวมทั้งการยกระดับอี-คอมเมิร์ซ สร้างแพลตฟอร์มของคนไทย คือ เว็บไซต์ thaitread.com เพื่อยกระดับการค้าทั้งระบบและให้สอดคล้องกับนโยบายเน็ตประชารัฐ
อย่างไรก็ตาม ด้านแผนผลักดันการส่งออกยังคงจะเดินหน้ารักษาตลาดการส่งออกไว้ เนื่องจากปี 2560 มีฐานตัวเลขที่สูง แต่ในปี 2561 จะรอประเมินตัวเลขจากทุกฝ่ายอีกครั้งในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งการกำหนดเป้าหมายการส่งออกจะพิจารณาตามศักยภาพของตลาด ไม่ได้ตั้งตัวเลขเพราะอยากได้ โดยจะอยู่ภายใต้ความสามารถและความเป็นไปได้ให้มากที่สุด และจะมุ่งทำงานเชิงรุกเน้นการเจรจาสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ







