posttoday
การใช้เงิน และสิ่งทดแทนในการซื้อขาย

การใช้เงิน และสิ่งทดแทนในการซื้อขาย

13 มกราคม 2561

ในการซื้อขายกันตามชายแดนไทยนั้น เราจะเห็นความชาญฉลาดและความยืดหยุ่นของการค้าชายแดนครับ

โดย กริช อึ้งวิทูรสถิตย์

ในการซื้อขายกันตามชายแดนไทยนั้น เราจะเห็นความชาญฉลาดและความยืดหยุ่นของการค้าชายแดนครับ ตั้งแต่ผมอายุได้ 12 ปี ผมก็ไปอยู่ที่ อ.เชียงของ แล้ว และคุ้นเคยกับการค้าประเภทนี้ และเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยนครับ การขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยน หากท่านที่ไม่ได้อยู่ในสายงานนี้ หรือไม่ได้อยู่ในพื้นที่ชายแดน ผมคิดว่ายากที่จะเข้าใจได้หรืออาจทำใจไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเลยครับ

การซื้อ-ขายกันกับชาวลาวในยุคนั้น ก็อาศัยเงินกีบในการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนกัน จำได้ว่ายังเป็นธนบัตรรุ่นเก่า ใบละร้อยกีบใบโตๆ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ร้อยกีบต่อสี่บาท ขึ้นลงก็มีบ้างเป็นบางช่วง ตามดีมานด์และซัพพลาย แต่ก็ไม่มาก ทำให้การหากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นทำได้ไม่มากครับ เงินอื่นๆ ในยุคนั้น เช่นเงินหยวนยังไม่มีครับ เพราะยุคนั้นเราคนไทยกลัวคอมมิวนิสต์กันจนหัวหดเลยครับ ดังนั้นเราชาวบ้านร้านตลาดไม่มีใครเคยเห็นเงินหยวนหรอกครับ อีกอย่างคือก่อนหน้านั้นไม่นาน ได้มีการยกเลิกเงินหยวนเก่ายุคสมัยก๊กหมินตั๋งครองอำนาจในจีน บางคนยังมีคนถือเงินหยวนเก่าอยู่เลยครับ ที่ร้านพี่สาวผมก็เคยมีครับ ผมเคยเห็นพี่สาวเอามาให้ดูครับ

ผมเป็นเด็กมากในยุคนั้น แต่ผมก็เห็นลูกค้าที่มาจากฝั่งลาวนำเอาเงินหมัน หรือเงิน เหรียญหัวโตมาซื้อสินค้าที่เชียงของแล้วครับ ในยุคนั้นเงินหมันก็มีหลายขนาด เท่าที่ผมจำได้คือมีแบบเงินหมันหัวโต ราคาจะอยู่ที่เหรียญละสิบบาท ปัจจุบันนี้มูลค่าหลายตังค์แล้วครับ ยังมีเหรียญเงินหมันเล็ก หรือเหรียญเงินหมันอินโดจีน ที่ทางยุคฝรั่งเศสยึดครองเวียดนาม ลาว กัมพูชา เงินหมันพวกนี้มูลค่าขณะนั้นจะมีตั้งแต่สามบาทถึงห้าบาท แล้วแต่ความบริสุทธิ์และปีผลิต ที่บอกว่าความบริสุทธิ์ของเนื้อเงินนั้น วิธีดูเราจะเอาเหรียญสองเหรียญมาเคาะกัน แล้วฟังเสียงว่าเสียงแก่นหรือกังวานมั้ย ถ้าไม่แก่นหรือไม่กังวาน เราก็อุปมานได้เลยว่าเหรียญปลอม ก็จะไม่มีราคา ส่วนวิธีดูปีผลิต จะมีผลิตในปี ค.ศ. 1898 1908 1913 1921 เป็นต้น

พี่สาวผมจะเขียนตัวเลขปีทิ้งไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์เก็บเงิน พวกเราก็จะดูตามนั้นครับ ส่วนเงินหมันที่เก็บมาได้ จะมีนายหน้าจาก จ.ลำปาง มารับซื้อ อัตราแลกเปลี่ยนนี้จะทำกำไรให้เราได้ดีมากครับ เพราะบางครั้งพวกนายหน้าเขาต้องการก็จะขอซื้อในราคาที่แพงก็เอา แต่บางครั้งถ้าเรารีบขาย ก็ไม่ค่อยได้กำไรเท่าไหร่ครับ และอีกช่องทางหนึ่งที่ขายได้คือ ขายให้กับชาวไทยภูเขาหรือชาวเขา โดยเฉพาะชาวม้ง (แม้ว) กับชาวเย้า เพราะเขาชอบนำเงินเหล่านี้มาทำเครื่องประดับ เราจะเห็นเขาทำสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ข้อแขน ข้อเท้า บ้างก็เอาทุบเป็นเหรียญมาเย็บติดเสื้อผ้า มาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งก็ได้ราคาเหมือนกันครับ ปัจจุบันนี้ผมเห็นเขาขายกันที่ จ.น่าน ก็อดนึกถึงความหลังในอดีตไม่ได้ครับ ตามประสาผู้สูงวัยครับ

สิ่งที่ใช้ทดแทนเงินอีกอย่างคือกลองมโหระทึกหรือกลองกบ ครับ ในยุคนั้นจะมีกลองมโหระทึกหรือกลองกบขนมาจากฝั่งลาวเยอะ มาก อันนี้ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าตีราคาค่างวดหรืออัตรากันใบละเท่าไหร่ เพียงแต่จำได้ว่าที่ร้านพี่สาว เคยมีคนเอามาชำระแทนเงินด้วย ซึ่ง พี่สาวผมก็รับมาครับ จำได้ว่ากลองมโหระทึกหรือกลองกบนั้นจะต้องเอามาขายที่กรุงเทพฯ เลยครับ ส่วนอีกอย่างที่นิยมรับกันมากคือหนังฟานครับ ฟานเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกวางครับ บางที่เรียกว่า เก้ง หรืออีเก้งครับ หนังสีน้ำตาลเข้มๆ ในยุคนั้นที่ลาวจะมีเยอะมาก พวกคนบนภูเขาที่ชอบล่าสัตว์ จะล่าได้ฟานหรืออีเก้งกันเยอะ เนื้อเอาไปบริโภค หนังก็ตากแห้งแล้วเอามาแลกซื้อสินค้ากันที่ห้วยทรายและเชียงของกันครับ

บางครั้งผมว่างจากการขายของและการเลี้ยงดูหลานสาว ผมก็จะข้ามไปฝั่งลาวที่เมืองห้วยทราย เพื่อดูว่าร้านค้าไหนที่มีหนังฟานหรือหนังเก้ง เพื่อขอซื้อกลับมา แล้วรวบรวมมาขายต่อทำกำไรได้ด้วยครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน