posttoday
QR code payment จุดกระแสสังคมไร้เงินสด

QR code payment จุดกระแสสังคมไร้เงินสด

13 มกราคม 2561

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้การรับรองคิวอาร์โค้ดมาตรฐานถือเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

โดย ธนชาติ นุ่มนนท์

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้การรับรองคิวอาร์โค้ดมาตรฐานถือเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สตาร์ทอัพไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะขณะนี้ทั้งสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศรุกหนักในการเข้าทำตลาดในประเทศไทย

ทั้งนี้ สถาบัน IMC มองแนวโน้มเทคโนโลยีในปี 2561 ของประเทศไทย ว่ากระแสโมบายเพย์เมนต์ (Mobile Payment) โดยเฉพาะระบบคิวอาร์โค้ดเพย์เมนต์ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่กระแสสังคมไร้เงินสดให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้เร็วขึ้นและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากขณะนี้หลายๆ ธนาคารเริ่มหันมาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับกันมากขึ้น

สำหรับกระแสคิวอาร์โค้ดเพย์เมนต์ จะเป็นอะไรที่โดดเด่นมากในปี 2561 และจะเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่สำคัญในการทำให้กระแสโมบายแบงก์กิ้งในไทยมีโมเมนตัมที่แรงขึ้น

ในปัจจุบันมีร้านค้าที่ยินดีและพร้อมที่จะให้บริการการชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ดมากขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารต่างๆ ก็กำลังขยายการให้บริการด้านนี้ โดยมีการตั้งเป้าขยายการให้บริการในร้านค้าต่างๆ ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก ซึ่งทำให้ตัวเลขในปีหน้าจะโตแบบก้าวกระโดด

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมไอทีไทยในปี 2561 และอีก 5 ปีข้างหน้านับจากนี้น่าจับตามาก เพราะกระแสสตาร์ทอัพจะยังมาแรงอยู่ แต่ก็ต้องแข่งขันกับสตาร์ทอัพในต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีบริษัทด้านไอทีจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มจะเข้าตรงถึงลูกค้าเองมากขึ้น ทำให้เกิดความเป็นห่วงสตาร์ทอัพไทยและบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดเล็กที่ยังขาดบุคลากรต้องเจอกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

ในอนาคตจะทำให้สตาร์ทอัพไทยเกิดใหม่ได้ยากและมีโอกาสตายมากขึ้น เพราะเจอการแข่งขันจากต่างชาติที่เข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีง่ายๆ ไม่มีความโดดเด่น ซึ่งในอนาคตจะเริ่มเห็นผลกระทบในทุกๆ ธุรกิจ โดยจะเริ่มเห็นชัดในกลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคารธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีต้องปรับแนวคิดและทัศนคติในการลงทุนด้านไอทีเพื่อพัฒนาธุรกิจตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่มองว่าเป็นภาระในการลงทุน เพราะในอนาคตไอทีจะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่องค์กรจะต้องเดินไปในอนาคต

สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีของประเทศไทยในปี 2561 ที่ทางสถาบันไอเอ็มซีมองไว้ 8 ด้าน ได้แก่ 1.ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) 2.โมบายเพย์เมนต์ 3.อินเทอร์เน็ตออฟธิง (ไอโอที) หลังมีการอนุมัติคลื่น LoRa เพื่อใช้งานไอโอที 4.คลาวด์คอมพิวติ้ง ที่องค์กรต่างๆ ให้ความสนใจลงทุนทำไพรเวทคลาวด์กันมากขึ้น 5.บิ๊กดาต้า เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ 6.ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ 7.บล็อกเชนที่เอามาประยุกต์ในภาคการเงิน และ 8.เทคโนโลยีเสมือนจริง (เออาร์/วีอาร์)

นอกจากนี้ ในปี 2561 ภาคธุรกิจไทยยังต้องการการขับเคลื่อนเรื่องปรับแก้กฎหมายจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาต่อ ยอดอุตสาหกรรมไอทีของประเทศอีกมาก โดยเฉพาะกฎหมายและกฎเกณฑ์ทางภาคการเงิน เช่น การแสดงตัวตน การเซ็นชื่อกำกับ การเปิดบัญชี การลดใช้เอกสาร และการทำงานแบบออนไลน์และออฟไลน์ได้ ซึ่งหากสามารถปลดล็อกทางการเงินได้ ก็จะทำให้เกิดการยอมรับความเชื่อมั่น ในเทคโนโลยี สุดท้ายประเทศไทยก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมอร์ ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท