
อสังหาหรูชิงกำลังซื้อ
ออลล์ อินสไปร์ฯ ลุยชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมทั้งแนวราบ-สูง ตั้งเป้ายอดปี 2561 ไม่ต่ำ 8,000 ล้าน
ออลล์ อินสไปร์ฯ ลุยชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมทั้งแนวราบ-สูง ตั้งเป้ายอดปี 2561 ไม่ต่ำ 8,000 ล้าน
นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 มีทิศทางที่ดีขึ้นในทุกด้านโดยมีปัจจัยหนุนมาจากการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนปรับตัวลดลงซึ่งส่งผลให้กำลังการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
สำหรับแผนงานปีนี้ เนื่องจากบริษัทก็มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งมูลค่าโครงการและรายได้โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (2557-2560) มีการเปิดตัวรวม 11 โครงการ 4,000 ยูนิต มูลค่า 8,700 ล้านบาท โดยยอดขายปี 2560 อยู่ที่ 5,500 ล้านบาท มียอดขายรอรับรู้รายได้ราว 7,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดโลว์ไรส์ 3 โครงการ คอนโดไฮไลต์ 2 โครงการ โครงการแนวราบ 1 โครงการ และวิลล่า 1 โครงการ โดยปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของการบุกตลาดพรีเมียมทั้งโครงการแนวราบและคอนโด โดยกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าไฮเอนด์และชาวต่างชาติ ทั้งนี้จะเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ของบริษัทเพื่อปรับตัวรับการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ด้วยการขยายสินค้าไปในทุกสินค้า ทุกระดับราคา สร้างความยืดหยุ่นและบริหารความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
อย่างไรก็ดี บริษัทมีความมั่นใจที่จะขยายตลาดให้กว้างขึ้นเนื่องจากยอดขายจากต่างประเทศดีสูงถึง 40% จาก 4 ประเทศ คือ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน ซึ่งมีบริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทลูกดูแลเป็นทีมงานที่แข็งแกร่ง ตลาดกลุ่มนี้มียอดปฏิเสธ สินเชื่อต่ำกว่า 2% เพราะเก็บดาวน์สูงถึง 30% และสามารถโอนได้ 100%
อีกทั้งมีกระแสเงินสดมากกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาโปรดักต์และอินโนเวชั่นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้ง 3 กลุ่ม ตั้งแต่ 1.5-3 ล้านบาท กลุ่ม 3-5 ล้านบาท และ 20 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะมีการเปิดแบรนด์ใหม่ในกลุ่ม ลักซ์ชัวรี่ด้วย ซึ่งไตรมาส 2 จะเปิดตัวอีก 5 โครงการ
นอกจากนี้ ได้วางงบซื้อที่ดินปีนี้ 5,000 ล้านบาท โดยเน้นทำเลใกล้รถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงินและสีเขียว รัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตร โดยขนาดโครงการ 10 ไร่ขึ้นไปเป็นคอนโดในซอย ส่วนภูมิภาคมองที่พัทยา โดยมีที่ดินแปลงใหญ่รองรับการพัฒนาได้ถึงปี 2562 ซึ่งมูลค่าโครงการจะเพิ่มอีก 30% รวมทั้งจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 45% ภายใน 2 ปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 40%
ด้านแบ็กล็อกหรือยอดขายรอรับรู้ปัจจุบันมีราว 7,572 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะโอนได้ 5 โครงการ มูลค่า 5,000 ล้านบาท สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 5,000 ล้านบาท และยอดขาย 8,000 ล้านบาท







