
แบงก์รัฐให้กู้ทะลุ4ล้านล้าน
แบงก์รัฐ 10 เดือน ฟันกำไร 4.5 หมื่นล้าน สินเชื่อทั้งระบบโตแตะ 4.43 ล้านล้าน
แบงก์รัฐ 10 เดือน ฟันกำไร 4.5 หมื่นล้าน สินเชื่อทั้งระบบโตแตะ 4.43 ล้านล้าน
สำนักนโยบายระบบการเงินและสถาบันการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สสค.) รายงานภาพรวมผลดำเนินงานของระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ ณ สิ้นเดือน ต.ค. 2560 พบว่า เงินให้สินเชื่อทั้งหมดมีจำนวนกว่า 4.43 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากยอดสินเชื่อคงค้าง ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 3.98 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 11.32%
ขณะที่เงินฝากคงค้างทั้งระบบ มียอดรวมกว่า 4.55 ล้านล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดเงินฝากคงค้างกว่า 4.26 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.76%
ทั้งนี้ อัตรากำไร ณ สิ้นเดือน ต.ค. อยู่ที่ 4.54 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไร 3.29 หมื่นล้านบาท ส่วนยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล อยู่ที่ 2.54 แสนล้านบาท คิดเป็น 4.64% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเอ็นพีแอลที่ 2.72 แสนล้านบาท โดยมีการตั้ง สำรองเอ็นพีแอลไว้ที่ระดับ 173.7% สำหรับลูกหนี้รอชดเชยจากรัฐบาลตามธุรกรรมนโยบายรัฐ อยู่ที่ระดับ 2.74 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ยังมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์หรือบีไอเอส อยู่ที่ 12.35% ถือว่าเพียงพอต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขยายตัวสินเชื่อของแบงก์รัฐที่ขยายตัวมากกว่า 10% เนื่องจากดำเนินการตามนโยบายของรัฐในการเร่งให้ สินเชื่อให้กับผู้มีรายได้น้อย แก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบและการปล่อยกู้ฉุกเฉิน ดำเนินการโดยธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้สินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เร่งปล่อยกู้บ้านให้ผู้มีรายได้น้อยในปี 2560 ที่ผ่านมา จนยอดสินเชื่อคงค้างสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของแบงก์รัฐและธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อบ้าน
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การปล่อยสินเชื่อของแบงก์รัฐ ในปี 2561 ยังจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเหมือนปี 2560 เนื่องจากรัฐบาลยังต้องการอัดฉีดเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากให้ฟื้นตัวมากที่สุด โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แบงก์รัฐเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อประมวลผลการปล่อยสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ







