posttoday
ธปท.ดูแลค่าบาทใกล้ชิด

ธปท.ดูแลค่าบาทใกล้ชิด

13 มกราคม 2561

จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร

จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธปท. กล่าวว่า เงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาค ตั้งแต่ต้นปี 2560 แข็งค่าเพราะเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เป็นการแข็งค่าทิศทางเดียวกัน และแข็งค่าจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเป็นสำคัญ ซึ่งบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินควร ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ธปท. ได้เข้าดูแลลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ สะท้อนได้จากเงินสำรองระหว่างประเทศปี 2560 ที่สูงขึ้น เป็นการดูแลไม่ใช่เพื่อให้ไทยได้เปรียบการค้ากับต่างประเทศ หรือฝืนตลาด แต่เพื่อให้เวลาเอกชนปรับตัว

รุ่ง สงวนเรือง ผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์ตลาดการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่ากว่า 60 สตางค์เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน ถือว่าเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าหลุด 32 บาทช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เป็นผลจากเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรวันละ 1-2 หมื่นล้านบาท อีกทั้งเมื่อผู้ส่งออกเห็นเงินบาทแข็งค่าก็เร่งเทขายดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้นำเข้าก็รอดูว่าเงินดอลลาร์จะถูกลงกว่านี้อีก เลยยิ่งกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีก ทั้งนี้คาดว่าในสัปดาห์หน้าประเมินว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวที่ 31.80-32.10 บาท/ดอลลาร์

เมื่อเงินทุนไหลเข้า การต้านทานไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจึงเป็นเรื่องยาก ซึ่ง ธปท.ให้ข้อมูลว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 1.8% เมื่อเทียบต้นปี 2561 เป็นการแข็งค่าใกล้เคียงกับภูมิภาค และ ธปท.ก็ไม่ได้เพิกเฉย เมื่อเงินบาทแข็งค่าไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สะท้อนได้จากตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่เงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุด 5 ม.ค. 2561 มีเงินสำรอง 2.04 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 6.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ จาก 29 ธ.ค. 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2.02 แสนล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ เมื่อ ธปท.ก็เข้าดูแลค่าเงินบ้างแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของผู้ส่งออกด้วยที่ต้องดูแลตัวเอง เพราะหากหวังพึ่งพาการดูแลของทางการอย่างเดียวก็ไม่ใช่แนวทางทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เนื่องจากวันข้างหน้าเงินบาทก็ยังมีโอกาสแข็งค่าอีก

กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า ที่ผ่านมาปี 2556 ค่าเงินบาทเคยอยู่ที่ 28 บาท/ดอลลาร์ ผู้ประกอบการก็ผ่านมาได้ ปัจจุบันเงินบาท 31-32 บาท/ดอลลาร์ ก็ต้องปรับตัวรับมือให้ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งที่เงินบาทแข็งก็เพราะดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล จากการที่ส่งออกเติบโตดี โดยทั้งปีนี้น่าจะมีมูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท โต 5.5% จากปีก่อน ซึ่งจะทำให้เกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนละ 2 หมื่นดอลลาร์

"แม้เงินบาทแข็งค่าแต่ยังไม่กระทบคำสั่งซื้อ ซึ่งผู้ประกอบการใช้โอกาสนี้นำเข้าวัตถุดิบได้เพื่อต้นทุนที่ถูกลงได้ อีกแนวทางคือซื้อขายกันคู่ค้าเป็นเงินสกุลต่างประเทศโดยตรงได้ เช่น บาท-ริงกต บาท-รูเปียห์ บาท-หยวน และอนาคตก็อาจจะมีบาท-เยน โดยปัจจุบันการค้าขายด้วยสกุลต่างประเทศที่ไม่ใช่ดอลลาร์โดยตรงยังมีแค่ 20% ในระยะกลาง 2-3 ปี ก็น่าจะทำให้เพิ่มเป็น 50% ได้" กัณญภัค กล่าว

หลังจากนี้ ก็คงจะเร่งจับมือ ธปท. อบรมผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เดือนนี้เลย โดยวางแผนว่าจะจัดอบรม 4-5 ครั้ง เพราะที่ผ่านมาแม้ ธปท.มีโครงการให้คูปองผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อบรมใช้เพื่อซื้อออปชั่นหรือล็อกอัตราแลกเปลี่ยน ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2560 ก็มีผู้ร่วมโครงการเพียง 2,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ก็ยังใช้เครื่องมือน้อยมาก หากผู้ส่งออกดูแลตัวเองได้ ต่อจากนี้เงินจะแข็งค่าเช่นไร ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท