
เพิ่มความสามารถ ในการแข่งขัน
วิฑูรย์ สิมะโชคดีGood Governance มีชื่อบัญญัติเป็นไทยหลายคำ อาทิ ธรรมาภิบาล (ใช้ทั่วไป) การกำกับดูแลกิจการที่ดี (ภาคธุรกิจเอกชน) การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ภาครัฐราชการ) รวมถึงคำว่า บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมด้วย
วิฑูรย์ สิมะโชคดี
Good Governance มีชื่อบัญญัติเป็นไทยหลายคำ อาทิ ธรรมาภิบาล (ใช้ทั่วไป) การกำกับดูแลกิจการที่ดี (ภาคธุรกิจเอกชน) การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ภาครัฐราชการ) รวมถึงคำว่า บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมด้วย
ธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดี จะหมายถึงแนวทางในการจัดระเบียบ เพื่อให้สังคมของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข
เรื่องนี้ ดร.บัณฑิต นิจถาวร นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้าน "ธรรมาภิบาล" ได้กล่าวถึงความสำคัญในเรื่องนี้อย่างเข้าใจง่ายในหนังสือ เรื่อง "ธรรมาภิบาล ไทย" ของท่าน โดยอธิบายว่า "ธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี หมายถึง การมีระบบ หรือกระบวนการทำงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และตรวจสอบได้ ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดี มีเหตุมีผล ถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ตัดสินใจเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นคุณลักษณะและเงื่อนไขสำคัญของประเทศที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ"
ทุกวันนี้ "ความสามารถในการแข่งขัน" (Competitive Advantage) จึงเกี่ยวข้องกับ "ธรรมาภิบาล" ด้วยเพราะให้ความสำคัญกับ "ความยั่งยืน ของธุรกิจในระยะยาว" มากกว่าการมองกำไรระยะสั้นเหมือนในอดีต
นักธุรกิจอุตสาหกรรมจำนวนมากในปัจจุบันมักจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ "สามปัจจัย" ที่ถือว่าเป็นพื้นฐานของการสร้างความสามารถระยะยาวในการแข่งขันขององค์กร
ปัจจัยแรก คือ การบริหารจัดการคนหรือพนักงานที่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดขององค์กร ด้วยการให้โอกาสในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นธรรม เพื่อความยั่งยืนของกิจการ โจทย์สำคัญในเรื่องนี้ ก็คือ การหล่อหลอมพนักงานขององค์กรให้เป็นคนดีมีความสามารถที่จะทำงานและสร้างความเจริญให้กับองค์กรต่อไป
ปัจจัยที่สอง ก็คือ ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของบริษัท เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท (ไม่ว่าจะเป็น ผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร ลูกค้า เจ้าหนี้ ผู้ร่วมลงทุน บริษัทคู่ค้า และพนักงาน) มีความเชื่อมั่นและมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกับบริษัทต่อไป โจทย์สำคัญในเรื่องนี้ ก็คือ การมีธรรมา ภิบาลที่ดีในการกำกับดูแลกิจการที่มองประโยชน์ในระยะยาวของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียกับธุรกิจของบริษัท
ปัจจัยที่สาม คือ ความยั่งยืนของตัวเศรษฐกิจและผู้บริโภคเอง คือถ้า เศรษฐกิจซบเซาและผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าบริษัทไม่มีความยั่งยืน ธุรกิจของบริษัท ก็จะยั่งยืนยาก โจทย์สำคัญเรื่องนี้ก็คือ การทำธุรกิจในรูปแบบที่จะมีผลต่อเนื่อง ไปสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียสำคัญของบริษัท ซึ่งหมายถึงการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อ สังคม
แนวความคิดดังกล่าวข้างต้น ทำให้ปัจจัยเรื่อง "ธรรมาภิบาล" ได้กลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว และเมื่อเราพิจารณาเป็นภาพรวมของประเทศแล้ว จะเห็นว่าความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม จะต้องอาศัยการสนับสนุนจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ซึ่งจะเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับธรรมาภิบาล (การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี) ของภาครัฐ ในการทำหน้าที่และกำกับดูแลด้วยการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนที่ดีและมีเหตุผล
ธุรกิจอุตสาหกรรม ที่มี "ธรรมาภิบาล" หรือมี "การกำกับดูแลกิจการที่ดี" มักจะเป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคม จึงเป็นบริษัทที่มีโอกาสสูงที่จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ส่วนบริษัทที่ไม่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือขาดธรรมาภิบาล มักจะมีปัญหาทั้งภายในองค์กรและมีผลต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ดีมากมาย ซึ่งทำให้การเติบโตของบริษัทไม่ยั่งยืน ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและความน่าเชื่อถือของบริษัท
การบริหารจัดการองค์กรด้วย "หลักธรรมาภิบาล" จึงมีความสำคัญมากขึ้นทุกที ครับผม!







