posttoday
จับตามาตรการรัฐ ดันราคายางส่อเหลว

จับตามาตรการรัฐ ดันราคายางส่อเหลว

10 มกราคม 2561

สิทธินี ห่วงนาครัฐบาลได้ออกมาตรการสำคัญมาหลายมาตรการเพื่อกระตุ้นให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้น ซึ่งต้องจับตาดูว่าจะส่งผลมากน้อยเพียงใด หลังประกาศกร้าวไม่ขายสต๊อกยางในโครงการของรัฐ 1.4 แสนตันและเร่งจัดซื้อนำมาใช้ในโครงการของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ โดยตลอด 1เดือนที่ผ่านมาราคายางกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปที่เป้าหมาย60 บาท/กิโลกรัม (กก.) ตามที่ตั้งกันไว้

สิทธินี ห่วงนาค

รัฐบาลได้ออกมาตรการสำคัญมาหลายมาตรการเพื่อกระตุ้นให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้น ซึ่งต้องจับตาดูว่าจะส่งผลมากน้อยเพียงใด หลังประกาศกร้าวไม่ขายสต๊อกยางในโครงการของรัฐ 1.4 แสนตันและเร่งจัดซื้อนำมาใช้ในโครงการของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ โดยตลอด 1เดือนที่ผ่านมาราคายางกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปที่เป้าหมาย60 บาท/กิโลกรัม (กก.) ตามที่ตั้งกันไว้

การเข้ามารับตำแหน่ง รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของ กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ช่วง 1 เดือน ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยออกมาตรการหลายมาตรการมารองรับควบคู่กับมาตรการความร่วมมือกับประเทศผู้ปลูกยาง 3 ประเทศ ในการลดปริมาณส่งออกยาง 3.5 แสนตัน โดยเป็นสัดส่วนของไทยประมาณ 2.3 แสนตัน ส่งผลให้เพียง 1 เดือน สามารถผลักดันราคายางเพิ่มขึ้น ประมาณ 6 บาท/กก.

กฤษฎา กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ว่าเมื่อไหร่ราคาจะปรับเพิ่ม ต้องขึ้นอยู่กับตลาดโลก แต่ถ้าถามว่า วันนี้รัฐบาลได้พยายามหรือยัง ก็ต้องบอกว่ารัฐบาลได้ดำเนินการเต็มที่ ระดมทุกภาคส่วนมาช่วยทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ทั้งนี้ มาตรการสำคัญที่คณะ รัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2560 ได้แก่ 1.โครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วย งานของรัฐ 2 แสนตัน วงเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท 2.โครงการสนับสนุนสินเชื่อ เป็นทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยรัฐจะชดเชยอัตรา ดอกเบี้ย 3% หรือประมาณ 600 ล้านบาท จากงบกลางเพื่อดูดซับปริมาณยางออกจากระบบ

3.การลดปริมาณผลผลิต แยกเป็นลดการกรีดในพื้นที่สวนของรัฐ 1.2 แสนไร่ ระยะเวลา 3 เดือน (ม.ค.-มี.ค.) ลดปริมาณ ยางได้ 6,700 ตัน 4.การจัดตั้งกองทุน รักษาเสถียรภาพราคายาง วงเงิน 1,200 ล้านบาท 5.รัฐรับภาระชดเชยดอกเบี้ยให้ สถาบันเกษตรและกลุ่มเกษตรกร 0.36% ต่อปี เป็นต้น

"สิ่งสำคัญที่รัฐต้องเร่งผลักดันคือ การเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศจาก 14% ของผลผลิตในประเทศ 4.4 ล้านต้น/ปี เพื่อลดการส่งออกยางเป็นวัตถุดิบออกไป ซึ่งจะทำให้มูลค่าเพิ่มจากยางสูงมากขึ้น โดยมาตรการสำคัญ อีกด้านที่รัฐต้องเร่งดำเนินการ คือ ลด พื้นที่การปลูกยาง เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านเริ่มมีการปลูกเพิ่ม มากขึ้น หากไทยไม่ปรับตัวจะมีปัญหาราคายางในอนาคต เพราะต้นทุนยางพาราของไทยสูงถึง 60-63 บาท/ก.ก. ในขณะที่ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 46 บาท/กก. และในช่วงปีที่ผ่านมาวิ่งอยู่ที่ 35-40 บาท/กก." กฤษฎา กล่าว

ขณะที่ อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธาน เครือข่ายเกษตรสวนยาง กล่าวว่า มาตรการของรัฐดีแต่ยังขาดความเข้มงวดในการ ขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงาน ด้านยางพาราของรัฐกระจายตามกรมต่างๆ เกษตรกรหวังว่าเมื่อมีการร่วมเป็นการยางแห่งประเทศไทย จะทำให้การบริหารการซื้อขายยางแบบเอกชน ช่วยเป็นเสือตัวที่ 6 มาแข่งกับ 5 เสือ เอกชนที่คลุมตลาดยางในประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถกลายเป็นเสือได้ เพราะตลาดยางต้องการคนที่เข้าใจวงจรอย่างทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ยังไม่เห็นการทำงานอย่างเข้มข้น ของ กยท.

อย่างไรก็ตาม ฝากรัฐบาลถึงมาตรการลดพื้นที่ปลูกยางสำคัญ แต่ต้องขอแบบลดจำนวนต้นต่อไร่จะเหมาะสมกว่า เพราะเกษตรกรถนัดกับการปลูกยาง ดังนั้นการปลูกผสมผสานจะดีแต่รัฐต้องสร้างตลาดรองรับให้กับเกษตรกรด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท