
หุ้นไทยปิดเหนือ1,800
หุ้นไทยยืนเหนือ 1,800 จุดได้แล้วต่างชาติรอผลประกอบการ บจ.และเลือกตั้ง SCB มอง 1,900 จุดได้หากรัฐบาลประกาศเลือกตั้ง
หุ้นไทยยืนเหนือ 1,800 จุดได้แล้วต่างชาติรอผลประกอบการ บจ.และเลือกตั้ง SCB มอง 1,900 จุดได้หากรัฐบาลประกาศเลือกตั้ง
ดัชนีหุ้นวันที่ 11 ม.ค.ปิดที่ 1,802.80 จุด เพิ่มขึ้น 7.88 จุด หรือ 0.44% มูลค่าการซื้อขาย 86,821.50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สามารถปิดแนวต้านสำคัญที่ 1,800 จุด ได้
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แม้ต่างชาติจะขายหุ้นไทยไป เพราะดูจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เท่ากับมีแรงซื้อกลับเข้ามาจากนักลงทุนรายบุคคลและสถาบันในประเทศ และเป็นการเปลี่ยนกลุ่มอุตสาหกรรมเล่นต่อจากกลุ่มพลังงาน อย่างโรงกลั่น ธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร ซึ่งต่างชาติที่เข้ามาก็เพิ่งขายออกไป เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในประเทศมีการฟื้นตัวพร้อมกันทำให้ประเทศไทยยังไม่มีความโดดเด่น
ทั้งนี้ ต่างชาติรอผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2560 ออกมาชัดเจนก่อน ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าจีดีพีไตรมาส 4 อยู่ที่ 5% และทำให้เฉลี่ยทั้งปีจะดึงขึ้นไปอยู่ที่ 4.1% ได้ และเป็นแรงส่งพอให้ดัชนีไตรมาสแรกนี้มีโอกาสไปที่ 1,835 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,777 จุด แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ มองว่า มีแต่ปัจจัยบวกที่จะทำให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเห็นฟองสบู่ในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น จนผลตอบแทนจากพันธบัตรสหรัฐเริ่มลดลง ทำให้ต่างชาติต้องจัดสรรการกระจายการลงทุนใหม่ ซึ่งปีที่ผ่านมาต่างชาติไหลเข้าตลาดพัฒนาแล้วเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ ปี 2561 ไหลเข้าตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงไทย โดยมอมองเป้าหมายที่ 1,900 จุด ในครึ่งปีหลัง แต่มีโอกาสจะเห็นได้ภายในครึ่งปีแรกได้ถ้ารัฐบาลปล่อยก๊อกสองประกาศวันเลือกตั้งปลายไตรมาสแรกหรือช่วงไตรมาส 2 ได้ อาจเห็นหุ้นแตะ 1,900 จุดได้ เพราะจากระดับหุ้นปัจจุบันถือว่าหุ้นขึ้นเพียง 4% เท่านั้น
สำหรับกรอบดัชนีหุ้นไตรมาสแรก แนวต้าน 1,820-1,840 จุด แนวรับที่ 1,720-1,760 จุด โดยเน้นกลุ่มที่อิงไปตามการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือกลุ่มขนส่งที่เริ่มฟื้นตัวจากที่หนี้ครัวเรือนเริ่มดีขึ้น เช่น ธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์
สำหรับปัจจัยเสี่ยงให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยมองเรื่องการปฏิรูปประเทศตามนโยบายของประธานาธิบดีจีนเป็นหลักเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวกับไทยมากสุด จะชัดเจนภายในเดือน มี.ค.นี้







