
ก.ล.ต.แถลงความสำเร็จCGของบจ.ไทย
ก.ล.ต. จับมือ 5 องค์กร แถลงความสำเร็จCGของ บจ. ไทย
ก.ล.ต. จับมือ 5 องค์กร แถลงความสำเร็จCGของ บจ. ไทย
เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา Asian Corporate Governance Association (“ACGA”) และ CLSA Asia-Pacific Markets ประกาศผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการของประเทศในเอเชีย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า CG Watch โดยครั้งนี้ ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 4 จาก 11 ประเทศ และได้รับการยกย่องว่า มีพัฒนาการดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (“IOD”) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จึงร่วมกันประกาศความสำเร็จครั้งนี้ พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (“บจ.”) ให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ในการสำรวจครั้งที่แล้วเมื่อปี 2550 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 8 คราวนี้เรามีพัฒนาการดีขึ้นมาก เราขึ้นมาเป็นอันดับที่ 4 นับว่าสูงสุดตั้งแต่มีการจัดทำรายงาน CG Watch เมื่อปี 2544 ซึ่งความน่าภาคภูมิใจครั้งนี้มาจากความร่วมมือของทุกฝ่ายในตลาดทุนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างน้อยผลสำรวจก็ชี้ให้เห็นว่า ความพยายามของหน่วยงานต่าง ๆ ในการยกระดับการกำกับดูแลกิจการของ บจ. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การที่ประเทศไทยได้อยู่ในระดับ Top5 ของการสำรวจครั้งนี้ ก็เป็นเครื่องชี้วัดได้ว่า ภาพลักษณ์เรื่องการกำกับดูแลกิจการของ บจ. ไทยในสายตาต่างชาติอยู่ในระดับที่ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลในระดับหนึ่งแล้ว
การสำรวจครั้งนี้ ผู้สำรวจให้น้ำหนักกับการที่ไทยมีการจัดทำแผนพัฒนาตลาดทุนที่สะท้อนให้เห็นนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาตลาดทุนอย่างจริงจัง มีการแก้ไขกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับการยกระดับการกำกับดูแลกิจการ เช่น การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและผู้บริหารให้ชัดเจนขึ้น การกำหนดบทคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานทางการ เป็นต้น ก็ได้รับการยอมรับว่า มีส่วนช่วยทำให้ภาพรวมของการกำกับดูแลกิจการของ บจ. ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ ในการจัดทำรายงานนี้ ผู้สำรวจมิได้พิจารณาเพียงกฎหมายหรือกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติของ บจ. ด้วย โดย บจ. ไทยได้รับคำชมเป็นพิเศษในเรื่องต่าง ๆ ที่ บจ. ถือปฏิบัติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บังคับ เช่น วิธีปฏิบัติที่ดีในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี โดยเฉพาะในเรื่องการใช้บัตรลงคะแนน และการประกาศผลการนับคะแนนในการประชุมอย่างรวดเร็วภายในวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้ ในรายงานยังกล่าวถึงบทบาทของผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายย่อยว่า มีส่วนอย่างมากในการช่วยพัฒนาการกำกับดูแลกิจการของ บจ. ให้ดีขึ้น
ก.ล.ต. ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจนเห็นผลในวันนี้ ซึ่งทำให้เกิดผลที่ชัดเจนมาก คือ ประเทศไทยได้รับการยกย่องให้เป็นประเทศที่มีพัฒนาการดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ดี เรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายงานก็ได้เสนอแนะเรื่องที่ประเทศไทยควรแก้ไขปรับปรุงไว้เช่นกัน เช่น การปรับปรุงคุณภาพการเปิดเผยข้อมูล ทั้ง financial และ non-financial ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก การที่ บจ. ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นเพิ่มมากขึ้น การปรับปรุงกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา อนุกรรมการ ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ บจ. โดยได้จัดทำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ และจัดตั้งศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน หรือ CG Center เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำแก่ บจ. และจัดกิจกรรมให้ความรู้ พร้อมทั้งผลักดันให้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะให้กับผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน ตลอดจนส่งเสริมนักลงทุนให้เข้าใจบทบาทหน้าที่และใช้สิทธิอย่างเหมาะสม ผลการสำรวจในครั้งนี้ที่แสดงว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าการดำเนินการต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เดินมาถูกทางแล้ว”
นายชาญชัย จารุวัสตร์ กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันรรมการบริษัทไทย กล่าวว่า “ภารกิจของ IOD คือ การพัฒนาและให้การสนับสนุนกรรมการเพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่ง IOD ได้จัดกิจกรรมหลักสูตรการอบรมและสัมมนาต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แก่กรรมการ และมีกรรมการกว่า 3,000 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ในขณะเดียวกัน IOD ยังได้ริเริ่ม “โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย” หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ CGR (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) มาตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งผลจากโครงการดังกล่าวมีส่วนกระตุ้นให้ บจ. เห็นถึงความสำคัญและพยายามพัฒนาการกำกับดูแลกิจการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 50 ในปีแรกของโครงการ พัฒนาขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 82 ในปี 2552 และเพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูคณะกรรมการที่มีคุณภาพ IOD ยังได้จัดทำโครงการประกาศเกียรติคุณคณะกรรมการแห่งปี ซึ่งโครงการนี้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้คณะกรรมการของ บจ. หันมาให้ความสำคัญกับเรื่อง CG มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ IOD ยังมีส่วนช่วยสนับสนุนคณะกรรมการของ บจ. ในแง่ของการสรรหากรรมการที่มีคุณภาพ โดยจัดทำทำเนียบกรรมการและกรรมการอาชีพในทำเนียบ IOD ไว้เป็นฐานข้อมูล และในแง่ของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ IOD ได้จัดทำและเผยแพร่คู่มือและแนวปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ IOD ได้ร่วมกับ ก.ล.ต. ในการจัดทำคู่มือคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคาดว่าจะเผยแพร่ได้ภายในสิ้นปีนี้ สิ่งต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการมานี้ จะช่วยให้กรรมการ บจ. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี”
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า “สมาคมในฐานะผู้ลงทุนสถาบันให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ บจ. มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (“บลจ.”) ที่เป็นสมาชิกทุกรายได้ใช้แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง (voting policy) ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สมาคมกำหนด และแต่ละ บลจ. ก็ได้เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิออกเสียง (voting record) ไว้บนเว็บไซต์ของ บลจ. แต่ละแห่ง รวมทั้งเปิดเผยผลรวมของทุกสมาชิกในแต่ละหัวข้อไว้บนเว็บไซต์สมาคมอีกด้วยซึ่งการดำเนินการนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ บจ. เตรียมการประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความระมัดระวังรอบคอบมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี บลจ. ส่วนหนึ่งเริ่มเปิดเผยผล CGR ไว้ในรายงานการลงทุนของกองทุนภายใต้การบริหาร เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่ากองทุนที่ลงทุนนั้นมีการลงทุนในบริษัทอะไร และบริษัทนั้น ๆ มี CGR ในระดับใด ซึ่งเป็นแนวคิดที่สมาคมสนับสนุนให้ผู้จัดการกองทุนให้ความสำคัญในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ บจ. ที่กองทุนลงทุน เพราะบริษัทที่มีผลประกอบการดีนั้นจะมีความเจริญอย่างยั่งยืนได้ก็ด้วยการมีผู้บริหารและพนักงานที่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี”
นายสรรเสริญ นิลรัตน์ นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ระบุว่า “ตั้งแต่ที่สมาคมรับผิดชอบดำเนินโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (“AGM”) ร่วมกับ ก.ล.ต. และสมาคม บจ. จนถึงปัจจุบัน สมาคมพบว่า ผลการประเมินดีขึ้นทุกปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บจ. มีการปรับปรุงในเรื่องการจัดประชุมผู้ถือหุ้นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก ส่วนในด้านผู้ถือหุ้นก็มีพัฒนาการไปทางที่ดีเช่นกัน จากเดิมผู้ถือหุ้นเข้าประชุมค่อนข้างน้อย แต่ปัจจุบันผู้ถือหุ้นตื่นตัวเข้าร่วมประชุมกันมากขึ้นและให้ความสนใจในการสอบถามประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ สมาคมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการประเมินของไทยดีขึ้น สำหรับอนาคต สมาคมจะเน้นบทบาทในด้านการพิทักษ์สิทธิ์มากขึ้นพร้อมการให้ความรู้ เช่น การเป็นตัวแทนรับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น เพื่อเข้าประชุมแทน เป็นต้น”
นายไทยลักษณ์ ลี้ถาวร กรรมการและเลขาธิการ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เปิดเผยว่า “สมาคมให้การสนับสนุนการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งการที่ บจ. ไทยได้รับคำชมเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติหลาย ๆ เรื่องในการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บังคับ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ บจ. ที่จะปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ดีต่าง ๆ ด้วยตนเอง ซึ่งสมาคมก็พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ บจ. ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ บจ. รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในทางปฏิบัติระหว่าง บจ. ด้วยกันสมาคมมั่นใจว่า การดำเนินการดังกล่าว จะช่วยให้การปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่าง บจ. ขนาดใหญ่ กับ บจ. ขนาดกลางถึงเล็กลดน้อยลง นอกจากเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีแล้ว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สมาคมได้พยายามส่งเสริมให้ บจ. เห็นความสำคัญของการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม หรือที่เรียกกันว่า CSR ด้วย โดยสมาคมได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง CSR Club เพื่อเป็นแหล่งความรู้และส่งเสริมกิจกรรมทางด้าน CSR และในปีหน้า CSR Club ก็จะได้ร่วมมือกับ ก.ล.ต. ในการจัดทำแนวทางการจัดทำรายงาน CSR เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้าน CSR ของ บจ. ต่อไป”
ท้ายที่สุด นายชาลีกล่าวสรุปว่า “การที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากต่างชาติ และมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมากในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและความร่วมมือร่วมใจจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริง ๆ แต่ที่ยากยิ่งกว่านี้อีก คือ การพยายามรักษาระดับที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นในอนาคต ดังนั้น ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันดำเนินการในเรื่องที่ดีอยู่แล้วต่อไป และเรื่องใดที่ต้องปรับปรุง ก็ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันไปด้วย”







