posttoday
สมคิดยันงบกลางปี ไม่ก่อหนี้สาธารณะ

สมคิดยันงบกลางปี ไม่ก่อหนี้สาธารณะ

11 มกราคม 2561

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเตรียมออกงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี 2560 หรืองบกลางปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบายการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากที่ได้มีชุดมาตรการออกมาแล้ว ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่เป็นชุดมาตรการที่ให้ความช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขไม่ใช่การแจกเงิน

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเตรียมออกงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี 2560 หรืองบกลางปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบายการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากที่ได้มีชุดมาตรการออกมาแล้ว ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่เป็นชุดมาตรการที่ให้ความช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขไม่ใช่การแจกเงิน

สำหรับแหล่งเงินของงบกลางปีนั้นจะกู้จากในประเทศ ซึ่งสภาพคล่องในประเทศมีมากพอที่จะรองรับการระดมเงิน และแม้จะเป็นการกู้เพิ่มเติมก็ไม่ได้ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นมา เช่น ในปี 2560 ที่ทำงบประมาณกลางปี 1.9 แสนล้านบาท ก็มาจากการกู้ยืมซึ่งก่อนทำงบประมาณกลางปีหนี้สาธารณะ อยู่ที่ 41.9% หลังจากกู้มาแล้วก็อยู่ที่ประมาณ 42% ไม่สูงขึ้นมาเนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตขึ้นด้วย

"เมื่องบกลางปีนี้ออกมาจะทำให้มีงบที่ใช้ขับเคลื่อนการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ปฏิรูปการเกษตรได้ต่อเนื่องจากที่ได้เริ่มไปแล้ว โดยไม่ต้องรองบประมาณใหม่ปี 2562 ที่จะเริ่มในเดือน ต.ค. 2561 ซึ่ง คาดว่าหนี้สาธารณะไม่เกิน 45% เพราะเศรษฐกิจเติบโตขึ้นด้วย" สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า ได้เร่งรัดให้ส่วนราชการส่งโครงการที่ต้องใช้งบประมาณเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ ภายใต้งบกลางปี 2560 ที่ยังเหลืออยู่ 8,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มี 2 กระทรวงเสนอเข้ามาแล้วคือกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ 3,400 ล้านบาท และโครงการของกระทรวงดิจิทัลประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลก็ให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นเรื่องอนาคตประเทศ

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการในการขอรับการสนับสนุนงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 ซึ่งเป็นการพิจารณาอนุมัติงบประมาณที่เหลือจากงบกลางปี 2561 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งมีบางส่วนยังเหลืออยู่ โดยครั้งนี้ได้อนุมัติงบประมาณให้แก่โครงการต่างๆ ที่มีความพร้อมแล้ววงเงินทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท

ตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาเมืองเก่า 116 ล้านบาท โครงการพัฒนาหมู่บ้านโอท็อปเพื่อการ ท่องเที่ยว หรือโอท็อปวิลเลจ 641 ล้านบาท โครงการสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง รวม 1,202 ล้านบาท ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โครงการจัดซื้อระบบ X-Ray แบบมาตรฐานของ ASSI.N ของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ วงเงิน 183 ล้านบาท

ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา บีโอไอได้ดำเนินการปรับโครงสร้างภายในรองรับแนวทางการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล และสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยแบ่งเป็น กลุ่มเซ็กเตอร์ และนัน-เซ็กเตอร์ ซึ่งในกลุ่มเซกเตอร์ แบ่งเป็น กลุ่มงานด้านเกษตรและชีวภาพ กลุ่มการผลิต ขั้นสูง กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เป็น พื้นฐาน กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ และกลุ่มดิจิทัลและครีเอทีฟ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ