
ทัพบจ.ไทยลุยสิงคโปร์
ดีบีเอส วิคเคอร์สขน 14 บจ.ไทยร่วมงานที่สิงคโปร์ กองทุนต่างชาติเชื่อมั่น ชอบ MTLS สินเชื่อโตพุ่ง ด้านเดลต้ากำเงินสดซื้อกิจการ
ดีบีเอส วิคเคอร์สขน 14 บจ.ไทยร่วมงานที่สิงคโปร์ กองทุนต่างชาติเชื่อมั่น ชอบ MTLS สินเชื่อโตพุ่ง ด้านเดลต้ากำเงินสดซื้อกิจการ
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 9-11 ม.ค. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส จัดงานประจำปีที่สิงคโปร์ การจัดงานครั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ทุกประเทศ ทั้งประเทศไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฮ่องกอง และจีน ได้นำบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของแต่ละประเทศเข้าร่วมงาน
ทั้งนี้ ประเทศไทยนั้น บริษัทได้นำ บจ. 14 แห่ง ไปพบผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ รวมถึงได้เชิญ นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ยืนยันต่อผู้จัดการลงทุนว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่อเนื่อง โดยจะเห็นตัวเลขจีดีพีโตในระดับที่เกินกว่า 4% ในปีนี้ ขณะที่ บจ.ที่นำไปก็ได้นำเสนอข้อมูลการเติบโตในการทำธุรกิจ
"ผู้จัดการกองทุนให้ความสนใจและตอบรับที่ดีมาก ทุกๆ บริษัทได้รับความสนใจล้นทีเดียวและส่วนใหญ่ที่ผู้จัดการกองทุนถามคือการเติบโตในอนาคตและแหล่งที่มาของรายได้จะเป็นอย่างไร เป็นต้น และการที่มีตัวแทนจากหน่วยงานทางการไปให้ข้อมูลโดยตรงถือว่าเป็นการสร้างความเข้าใจที่ดีมากให้กับผู้จัดการกองทุน" นางภัทธีรา กล่าว
อย่างไรก็ดี บจ.ที่นำไป เช่น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ที่บริษัทคาดวา สินเชื่อในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (2561/2562/2563) จะโต 40% 30% 30% ตามลำดับ โดย มาจากการขยายสาขา 600 แหง/ป คาดวา จะแตะ 4,000 สาขา ภายในป 2563 ขณะที่ตนทุนการเงินลดลงและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำไม่เกิน 1.6% ส่วนกําไรงวดไตรมาส 4 ปี 2560 มีโอกาสทําสถิติสูงสุด
ขณะที่บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) ประเมินว่า บริษัทจะมีรายไดปนี้โต 5-10% หลักๆ ในกลุม ยานยนต์ พลังงานทดแทน และดาต้าเซ็นเตอร ส่วนกำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 25-27% นอกจากนี้บริษัทมีเงินในมือ 600 ลานดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับการซื้อกิจการ
ด้าน บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) คาดว่า ปีนี้ปริมาณการผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า สวนปริมาณขายในประเทศงวด 9 เดือนแรกปี 2560 โต 11.5% เพราะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และในปี 2562 บริษัทจะได้ผลิตรถยนต์อีซูซุโมเดลใหม่
สำหรับ AAV การท่องเที่ยวไทยโตดีงวด 11 เดือนแรกของปี 2560 นักท่องเที่ยวตางชาติมาไทยเพิ่มขึ้น 7.8% บริษัท มีปริมาณผูโดยสารเพิ่ม แตดวยการแขงขันที่รุนแรง แต่บริษัทยังมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศ 31.1% ปีนี้ยังได้รับผลบวกจากปัจจัยกระตุนของรัฐ คาดปริมาณ ผูโดยสารปนี้จะโต 15% และ Load factor สูงกวา 87%
ธุรกิจด้านธนาคารนั้น ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ธุรกิจหลักเป็นธนาคารและตลาดทุน โดยรายได้ 80% มาจากธนาคาร มีแผนพัฒนาระบบดิจิทัลแบงก์กิ้งและทีมขายผลิตภัณฑ์การเงิน เพื่อ ตอบสนองความต้องการลูกค้าในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต ด้านตลาดทุนก็มีดีลในมือจำนวนมาก และธนาคารจ่ายปันผลสูง คาดการณ์อัตราเงินปันผลปี 2560-2561 ไว้ราว 7% ต่อปี
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (AEONTS) ระบุว่า จะดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดในสินเชื่อส่วนบุคคล 18% และในบัตรเครดิต 12% การฟื้นตัวของการบริโภคหนุนการเติบโตธุรกิจในปีนี้ และเริ่มทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์มือสองตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2560 ช่วยหนุนการเติบโตในปีนี้
สำหรับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ราคาวัตถุดิบทูน่าลดลง 22% จากที่สูงสุด 2,300 ดอลลาร์/ตัน และการเก็งกำไร ธุรกิจเรดล็อบสเตอร์ ทำกำไรได้ดีขึ้น จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไตรมาส 2 หนุนกำไรระยะยาว แต่มีความเสี่ยงจากอากาศแปรปรวน
นางภัทธีรา กล่าวถึงกรณีหุ้นไทยร้อนแรงนับตั้งแต่เปิดปี ว่า ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจที่เติบโตจะสามารถรองรับได้ และไม่น่ากังวลว่าดัชนีเมื่อแตะระดับสูงสุดเกิน 1,800 จุด และจะเหมือนอดีต เพราะเชื่อว่าด้วยขนาดตลาดหุ้นและการเติบโตของกำไร บจ.รองรับได้ แต่อยากให้ปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป







