
ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 34%
ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 8 เดือนขยายตัว 34% มูลค่า 2.21 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น และการเปิดเสรีทางการค้า
ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 8 เดือนขยายตัว 34% มูลค่า 2.21 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น และการเปิดเสรีทางการค้า
รายงานข่าวจากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ในเดือนส.ค 2553 การส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่า 4,924 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเจริญเติบโต 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,908 ล้านเหรียญสหรัฐ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ 3,015 ล้านเหรียญสหรัฐ รวม 8 เดือนการส่งออกขยายตัว 34% มูลค่ารวม 2.21 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดการณ์ว่ารวมทั้งปีการส่งออกจะขยายตัวได้ 19% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีมูลค่าการส่งออก 4.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การเจริญเติบโตดังกล่าวเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเสรีทางการค้า ทำให้ในปี 2553 ไทยยสามารถส่งออกไปยังตลาดอาเซียนได้มูลค่า 5,007 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 36.76% มีสัดส่วนทางการตลาด 16.89% ตลาดจีนมีมูลค่า 4,536 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 28.8% มีสัดส่วน 15.3% และตลาดญี่ปุ่นมีมูลค่า 3,202 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 25.95% มีสัดส่วน 10.80%
ด้านสินค้าไฟฟ้าที่ส่งออกมากที่สุดคือ คอมเพรสเซอร์ โดยส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกามากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 187 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกมากที่สุดคือ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่งออกไปจีนมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 412 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยต่างๆ ที่จะต้องเฝ้าระวัง เนื่องจกาอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกได้ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน การเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องเตรียมการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการตลาด ที่คำนึงถึงสภาวะแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก
สำหรับดัชนีผลผลิตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย ลดลงจากเดือนก่อน 5.41% แต่เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมสายไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีดัชนีผลผลิตลดลงมากที่สุดถึง 17% เนื่องจากดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังของสินค้าบางประเภทเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าฮาร์ดดิสไดรฟ์ ที่มีดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 729 มาอยู่ที่ระดับ 1312 ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มจาก 84 มาอยู่ที่ระดับ 93







