
ต้องเร่งอุดรอยรั่ว
กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากถูกมิจฉาชีพ ล้วงกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรประชาชน จากนั้นถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชี แต่ละบัญชีมีการโอนย้ายเงินตั้งแต่หลักแสนจนไปถึงหลักล้านบาท
กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากถูกมิจฉาชีพ ล้วงกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรประชาชน จากนั้นถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชี แต่ละบัญชีมีการโอนย้ายเงินตั้งแต่หลักแสนจนไปถึงหลักล้านบาท
ก่อนที่จะถูกผู้เสียหายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์แจ้งความดำเนินคดี แล้วถูกออกหมายจับ จึงเข้ามอบตัวกับตำรวจ กก.5 บก.ป. จากนั้นได้ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.บ้านตาก จ.ตาก ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจ สภ.บ้านตาก ได้ส่งตัวมาฝากขัง แต่ศาลไม่ให้ประกันตัวในครั้งแรก
กระทั่งทนายความและญาติได้รวบรวมหลักฐานยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง จึงได้รับการประกันตัวออกมาในวันที่ 8 ม.ค. โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 8 หมื่นบาท สรุปทำให้ถูกคุมขังในเรือนจำถึง 2 คืน 3 วัน
ทั้งนี้ สิ่งที่น่าตกอกตกใจคือ น.ส.ณิชา ได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากได้ถูกล้วงกระเป๋า ก็ได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้วว่าบัตรประชาชนได้สูญหาย รวมถึงเมื่อได้ทราบว่ามีการนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร ก็พยายามไปเพิกถอนบัญชีแล้ว แต่บัญชีที่เกิดเรื่องขึ้นเพราะหลุดรอดออกไป
ในเรื่องนี้หากเป็นไปตามที่ น.ส.ณิชา ออกมาระบุ เป็นจริง สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินเลย แค่บัตรประชาชนหาย ทุกคนเสี่ยงติดคุก และอาจเป็นหนี้เป็นสินโดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หากพิจารณากันด้วยเหตุด้วยผล จะเห็นว่าสองหน่วยงานสำคัญน่าจะมีส่วนบกพร่องจึงทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น หน่วยงานแรกคือ ธนาคารทั้ง 9 แห่ง ที่ปล่อยให้มีการเปิดบัญชีเงินฝากโดยไม่มีการตรวจสอบให้ดีว่าคนที่ไปขอเปิดบัญชีกับคนถือบัตรประชาชนเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่
ทั้งที่เรื่องนี้ถือเป็นระเบียบของธนาคารอยู่แล้ว โดยทางสมาคมธนาคารไทย ยืนยันว่า ทุกธนาคารได้มีการออกระเบียบในการเปิดบัญชีเงินฝากและในการยืนยันตัวตนของผู้มาเปิดบัญชี ซึ่งระเบียบและ กฎเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ของทางราชการ นอกจากนี้ ในทุกสาขาของธนาคารได้มีป้ายเตือน การรับเปิดบัญชีแทนถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางธนาคารจะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ยาก และถ้าบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดวิสัยเพราะธนาคารไม่สามารถบอกให้ลูกค้าที่สวมหน้ากากอนามัยถอด ระหว่างมาขอเปิดบัญชีใหม่เพราะเกรงลูกค้า จะไม่พอใจและอาจไม่ใช้บริการ ก็ยิ่งไม่มีเหตุผล เพราะความปลอดภัยสูงสุดต่างหากที่จะสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้กับทางธนาคารมากกว่าสิ่งอื่นใด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะปรับระบบการทำงานให้เกิดความรอบคอบมากกว่านี้ โดยเฉพาะคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งในหลายครั้งด้วยกันที่มีการดำเนินคดีผิดพลาด จนทำให้มีการตกเป็นแพะรับบาปในหลายคดีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังพบระบบการตรวจสอบต่างๆ ที่ยังไม่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับทางธนาคารโดยเฉพาะในเรื่องบัตรประชาชน ข้อมูลของบุคคลต่างๆ
ดังนั้น ทางที่ดีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรจะเร่งประสานงานบูรณาการเพื่อหามาตรการป้องกันอุดรอยรั่วไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต n







