posttoday
รัฐ-เอกชนลุยดิจิทัล

รัฐ-เอกชนลุยดิจิทัล

10 มกราคม 2561

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา หัวข้อ "พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย สู่ยุคดิจิทัล" ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่าขณะนี้เศรษฐกิจดิจิทัลได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเอื้อให้ประเทศต่างๆ สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วยให้เกิดสินค้าใหม่ๆ เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าไปทั่วโลก เกิดผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจำนวนมาก

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา หัวข้อ "พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย สู่ยุคดิจิทัล" ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่าขณะนี้เศรษฐกิจดิจิทัลได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเอื้อให้ประเทศต่างๆ สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วยให้เกิดสินค้าใหม่ๆ เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าไปทั่วโลก เกิดผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจำนวนมาก

สำหรับไทยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้น ต้องดำเนินการ 3 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาคนให้มีความพร้อม การจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) และส่วนที่สำคัญที่สุดคือต้องมีกฎหมายที่คอยสนับสนุน

"ขณะนี้ได้มีแนวคิดที่จะปรับปรุงกฎหมายดิจิทัลที่ล้าสมัยเพื่อเอื้อให้ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและสตาร์ทอัพของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง มอบให้ พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าคณะทำงานและจะมีเอกชนเข้ามาร่วม เพื่อเร่งปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จใน 1 ปี ก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป" สมคิด กล่าว

อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2561 กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งจัดทำสิ่งแวดล้อมต่างๆ ให้เอื้อต่อการเข้าไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำบิ๊กดาต้าของเอสเอ็มอี โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อให้มีข้อมูลในการกำหนดนโยบายให้ความช่วยเหลือ โดยจะมีการทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในโครงการพี่จูงน้องเพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่การผลิต เป็นการใช้แนวทางประชารัฐเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอี

พิเชฐ กล่าวว่า กระทรวงได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลใน 5 ประเด็นหลัก คือ ประเด็นแรก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ในโครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน 2.การพัฒนาคนด้านดิจิทัล เป้าหมาย 1 ล้านคน 3.การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล 4.0 ได้แก่ IoT สมาร์ทซิตี้ 4.การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และ 5.การดูแลความปลอดภัยโลกไซเบอร์

ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ในฐานะภาคเอกชนหน่วยหนึ่งรู้สึกมั่นใจที่ภาครัฐเป็นผู้นำพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่มากที่ทุกคนต้องผลักดัน ขณะที่ธนาคารพาณิชย์เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัว เพราะมีตัวกระตุ้นคือการแข่งขันราคา ความรวดเร็ว มีศักยภาพสูง และทุกคนเข้าถึงได้ ส่วนบริการของธนาคารที่มีกฎเกณฑ์มากมายถูกมองว่าล้าสมัย

ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ลงทุนระบบไอทีเม็ดเงินสูง โดยให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด ภายใต้เป้าหมายสร้างประโยชน์แก่ลูกค้า ทั้งความสะดวกและการลดต้นทุน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้ปรับปรุงบริการให้ทันสมัยและรวดเร็ว เช่น การ บริหารเงินสด หรือเพย์โรล ซึ่งตัวลูกค้าเอสเอ็มอีต้องตื่นตัวลองสอบถามธนาคารมองหาผลิตภัณฑ์การเงินที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้กับธุรกิจ

"ธุรกิจทุกประเภทต้องปรับตัวให้เข้ากับดิจิทัล เอาเทคโนโลยีไปใช้ในทุกกระบวนการผลิต การขาย การชำระเงิน ถ้าปรับตัวได้จะเป็นเครื่องที่บอกว่าธุรกิจจะอยู่ได้ยั่งยืน" ปรีดี กล่าว

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในภาคตลาดทุนโดยเฉพาะตลาดหุ้นเป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็นวิวัฒนาการ จากการเคาะกระดานซื้อขายหุ้น เป็นการใช้คอมพิวเตอร์พีซีส่งออร์เดอร์ที่โบรกเกอร์ กระทั่งปัจจุบันมาสู่ผู้ลงทุนซื้อขายได้เองผ่านดีไวซ์และทำธุรกรรมตัดบัญชีอัตโนมัติ

"เวลานี้การรับข่าวสารเรื่องตลาดหุ้น ผู้บริโภคชอบสำนักข่าวออนไลน์มากกว่าสิ่งพิมพ์ สอดคล้องกับที่ ตลท. ได้ทำข้อมูลต่างๆ เป็นอิเล็กทรอนิกส์ E-Document หมดแล้ว" เกศรา กล่าว

เกศรา กล่าวว่า เทคโนโลยีทำให้วันนี้ผู้ลงทุนไทยสามารถซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้ง่าย เพราะค่าเชื่อมต่อถูกมาก เช่น บิตคอยน์ ฟิวเจอร์ส ที่เพิ่งได้รับอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐเปิดให้คนลงทุนต่างประเทศได้โดยผ่านบริษัทในไทย หรือลงทุนด้วยตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนต่างประเทศมีข้อจำกัดน้อยลงเรื่อยๆ จากโครงสร้างพื้นฐานสะดวก ประกอบกับหน่วยงานกำกับดูแลเห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นห่วงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันกับเรื่องใหม่เหล่านี้ เพราะหลักฐานทางดิจิทัลไม่เหมือนหลักฐานกระดาษ รวมทั้งบุคลากรในฝ่ายกำกับปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ ทรัพยากรบุคคลของ ตลท. และบริษัทจดทะเบียน ก็ต้องตื่นตัวให้บุคลากรมีความรู้และเข้าใจเรื่องไอทีที่นำมาปรับใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ ยังต้องมองอนาคตข้างหน้าด้วยจากแนวโน้มวิธีการระดมทุนที่เปลี่ยนไป เช่น นักลงทุนเลือกลงทุนผ่านคริปโตเคอร์เรนซี่ ไม่ต้องผ่าน ตลท.ก็ทำได้ เป็นความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่ก็เป็นโอกาสด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน