posttoday
‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ปัญหาใหญ่ของใคร (จบ)

‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ปัญหาใหญ่ของใคร (จบ)

08 มกราคม 2561

เศรษฐา ทวีสินถ้าย้อนกลับไปหารายงานต่างๆ มาอ่าน จะเห็นมีนักวิเคราะห์สันนิษฐานว่าเรื่องของความไม่เสมอภาค หรือ Inequality นี้มีที่มาจากหลายประการด้วยกัน ประการแรก หลายคนบอกว่าเกิดจากการเจริญเติบโตของจีดีพี โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 80's เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างกระจุกในกลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว เจาะอยู่เฉพาะบางกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้สูง เช่น อุตสาหกรรม การเงิน ฯลฯ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จะกระจุกตัวอยู่กับแรงงานที่มีค่าตอบแทนสูงตามการเติบโตของตลาด เจ้าของ และผู้ถือหุ้นต่างๆ ของบริษัท

เศรษฐา ทวีสิน

ถ้าย้อนกลับไปหารายงานต่างๆ มาอ่าน จะเห็นมีนักวิเคราะห์สันนิษฐานว่าเรื่องของความไม่เสมอภาค หรือ Inequality นี้มีที่มาจากหลายประการด้วยกัน ประการแรก หลายคนบอกว่าเกิดจากการเจริญเติบโตของจีดีพี โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 80's เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างกระจุกในกลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว เจาะอยู่เฉพาะบางกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้สูง เช่น อุตสาหกรรม การเงิน ฯลฯ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จะกระจุกตัวอยู่กับแรงงานที่มีค่าตอบแทนสูงตามการเติบโตของตลาด เจ้าของ และผู้ถือหุ้นต่างๆ ของบริษัท

อีกประการเขาบอกว่าเกิดจากกระบวนการ Globalization ที่มีการเชื่อมต่อและโยกย้ายฐานการผลิตระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น ส่งผลให้แรงงานผลิตในประเทศที่พัฒนาแล้วถูกแช่แข็ง ทั้งด้านการก้าวหน้าและค่าตอบแทน เนื่องจากมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศทางเลือกที่ค่าแรงถูกกว่า ในขณะที่ส่วนงานประเภท High Skill มีการเติบโตต่อเนื่อง

เรื่องที่สาม เขาบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบโครงสร้างภาษีที่พัฒนาไม่ทันกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ Emerging Economies ในยุคที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มผู้มีรายได้สูงได้รับประโยชน์มากกว่ากลุ่มที่มีรายได้ต่ำ เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับสิ่งที่หลายๆ รัฐบาลของไทยเราในช่วงที่ผ่านมาพยายามที่จะแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นภาษีมรดก ภาษีที่อยู่อาศัย ฯลฯ

สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ชื่อดังชาวอังกฤษ ยังกล่าวไว้ว่า ในยุคที่แทบทุกคนมีสมาร์ทโฟน ส่งให้การรับรู้ของคนที่อยู่ในฐานล่างของพีระมิดรายได้ หรือความมั่งคั่งเกี่ยวกับการ "รวยกระจุก" ของคนบางกลุ่มถูกรับรู้ชัดเจนขึ้น ยิ่งผลักดันให้คนกลุ่มนี้แสวงหาทางออกในวิธีต่างๆ ที่จะพยายามหาทางไต่พีระมิดให้ได้ ผลที่เราเห็นในทางสังคมการเมืองก็เช่นการโหวตเบร็กซิตที่ผ่านมา และการขึ้นเป็นประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ฉีกโผเกจิหลายคนแบบน่าตกใจ นี่เป็นสัญญาณจากคนกลุ่มนี้ว่าพวกเขาไม่ต้องการอยู่ในสถานะ Status Quo อีกต่อไป ถ้าสิ่งเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหา Inequality ให้พวกเขาได้ พวกเขายอมที่จะฉีกแนวทางเดิมและเลือกเดินทางใหม่ที่มีความเสี่ยงมากกว่า

อีกประการหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนก่อให้เกิดสภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย" ทั่วโลก ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่มแรงงานที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องดังกล่าวเป็นที่ต้องการและแย่งตัวกันสูง ในขณะที่กลุ่มแรงงานที่ไม่มีความรู้และความสามารถกลายเป็นส่วนเกินของเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ เศรษฐกิจที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เป็นตัวผลักดัน

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ตามมาและถูกมองว่าเป็นลูกติดพันที่ทำให้สภาวะ Inequality ร้ายแรงขึ้น ก็คือในเศรษฐกิจยุคใหม่เราจะเห็นกลุ่มธุรกิจบางประเภทกลายเป็น Superstar Economy ยกตัวอย่างเช่น พวกที่อยู่ใน Silicon Valley อย่าง Google หรือ Facebook เมื่อทุกอย่างประกอบเข้าด้วยกันแล้วจะก่อให้เกิดสภาพตลาดแบบ "Winner takes all" ขึ้น หมายความว่าธุรกิจหรืออุตสาหกรรมยุคใหม่บางชนิดจะถูกยึดครองโดยกลุ่มธุรกิจที่ยึดหัวหาดไว้หมดแล้ว และสามารถ Scale ข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่มคนเล็กๆ ไม่กี่คนไม่กี่กลุ่ม ทำให้สภาพการแข่งขันเกิดขึ้นได้ยากอย่างที่เราเห็นๆ กันอยู่ ที่แย่ไปกว่านั้น ก็คือ ถ้าหาก "Winner takes all" กลายเป็น Mindset ของกลุ่มธุรกิจพวกนี้ไปแล้ว ปัญหานี้จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ

จะเห็นได้ว่า ปัญหา "รวยกระจุก จนกระจาย" ไม่ใช่เฉพาะปัญหาของประเทศไทยแค่คนเดียวและไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลฝ่ายเดียวด้วย ผมเชื่อว่าปัญหาระดับประเทศระดับโลกแบบนี้ รัฐบาลที่ไหนคนเดียวก็แก้ไม่ได้ ต้องพึ่งพาภาคเอกชนในการช่วยกันหาทางยื่นมือเข้ามาช่วยด้วย เราต้องมาช่วยกันนั่งคิดละครับ ว่าจะทำอะไรกันได้บ้าง อย่างแรกที่ผมคิดออก ก็คือ องค์กรธุรกิจต้องสำนึกกันให้ได้ก่อนนะครับ ว่าภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย" เป็นปัญหา อย่าไปคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา หรือไม่เกี่ยวกับเรา

โชคดีที่ผมได้ฟังวลีนี้จากปากคุณบัณฑูร ผู้ซึ่งผมให้ความเคารพและนับถืออย่างสูงมาโดยตลอด ทำให้ผมระลึกได้ว่า นี่คือปัญหาที่เราต้องช่วยกันแก้ สิ่งหนึ่งเลยที่ผมคิดว่าช่วยได้ ก็คือหวังว่าบทความนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้อ่านที่อยู่ในวงการธุรกิจได้ลองกลับไปศึกษาถึงปัญหานี้ดูกันดีๆ และช่วยกันคิดว่าเราจะช่วยกันแก้ได้อย่างไร สำหรับผมเองตอนนี้ก็ยังไม่มียาวิเศษที่ผลิตสำเร็จแล้วหรอกครับ แต่อย่างน้อยผมก็ทำการบ้านผ่าน Stage การระลึกได้แล้ว ต่อไปคงต้องไปหาข้อมูลที่องค์กรระดับโลกอื่นๆ เขาพยายามช่วยแก้เรื่องนี้แล้วอาจจะมาเล่าให้ฟังกันในครั้งต่อๆ ไปครับ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท