posttoday
กรณ์ บินประชุมธนาคารโลกแจงศก.ไทย

กรณ์ บินประชุมธนาคารโลกแจงศก.ไทย

06 ตุลาคม 2553

รมว.คลังเดินสายร่วมประชุมธนาคารโลกที่ประเทศสหรัฐ หวังใช้เป็นเวทีแจงเศรษฐกิจไทยให้ต่างประเทศรับรู้ข้อเท็จจิง

รมว.คลังเดินสายร่วมประชุมธนาคารโลกที่ประเทศสหรัฐ หวังใช้เป็นเวทีแจงเศรษฐกิจไทยให้ต่างประเทศรับรู้ข้อเท็จจิง

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2553 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 8 - 9 ต.ค. 2553 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2553 ในวันที่ 8  ตุลาคม 2553 เป็นการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศของประเทศสมาชิก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยประธานธนาคารโลก (นาย Robert B. Zoellick) และกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (นาย Dominique Strauss-Kahn) จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม และคาดว่าในปีนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ (นาย Barack Obama) ในฐานะประเทศเจ้าภาพจะร่วมกล่าวสุนทรพจน์ด้วย

ทั้งนี้ ในปีนี้ผู้ว่าการจากประเทศสมาชิกต่างๆ จะบันทึกคำกล่าวสุนทรพจน์ในรูปสื่อโทรทัศน์ล่วงหน้าและลงใน Web Site ของธนาคารโลก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปรับฟังสุนทรพจน์ของประเทศสมาชิกและอ่านคำกล่าวสุนทรพจน์ของแต่ละประเทศได้

สำหรับประเทศไทย รมว.คลัง ในฐานะผู้ว่าการของไทยในธนาคารโลกจะกล่าวสุนทรพจน์ในประเด็นสำคัญๆ เช่น วิกฤตการเงินโลก และผลกระทบต่อประเทศไทย และนโยบายและมาตรการเศรษฐกิจไทย และบทบาทขององค์กรการเงินระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา การปฏิรูปการออกเสียงของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับธนาคารโลก และข้อเสนอแนะในการดำเนินนโยบายของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

2. การประชุมของประเทศสมาชิกกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Group: SEA Group หรือ กลุ่ม SEA) ของธนาคารโลก ในวันที่ 8 ต.ค. 2553  เป็นการหารือระหว่างผู้ว่าการธนาคารโลกของประเทศสมาชิกของกลุ่ม SEA  ประกอบ ด้วยสมาชิก 11 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม ฟิจิ อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า เนปาล สิงคโปร์ ไทย ตองก้า และเวียดนาม ร่วมกับผู้ว่าการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศของประเทศสมาชิกของกลุ่ม SEA ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 13 ประเทศ (เพิ่มกัมพูชา และฟิลิปปินส์)

ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือ ได้แก่ การดำเนินงานของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกและบทบาทในอนาคตในการแก้ไขวิกฤตต่างๆ  ตลอดจนความคืบหน้าในการปฏิรูปธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ

3. การประชุมประจำปีของ Institute of International Finance ในวันที่ 8 ต.ค. 2553 ซึ่งรมว.คลัง ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมและขึ้นอภิปรายร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย (นาย Agus Martowardojo) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟิลิปปินส์ (นาย Cesar Purisima)ในหัวข้อเรื่อง ASEAN: Maintaining Growth, Addressing Challenges and Tapping Opportunities โดยผู้เข้าร่วมฟัง การอภิปรายมาจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั่วโลก

4. การประชุม  Bali Dialogue ในวันที่ 8 ต.ค. 2553 รมว.คลัง จะเข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับกลไกด้านการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพื่อมุ่งเน้นการลดผลกระทบและการรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและที่ยากจนมาก

5. การประชุมคณะกรรมการพัฒนาการ (Development Committee) ครั้งที่ 82 ในวันที่ 9 ต.ค. 2553 ซึ่งมีการประชุมที่สำคัญ คือ การพัฒนาของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนา ในการปรับตัวต่อผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจและบทบาทของสมาคมพัฒนาระหว่างประเทศในการช่วยเหลือประเทศยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และความคืบหน้าของการปฏิรูปกลุ่มธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาในกระบวนการบริหารเพิ่มขึ้น

6. การหารือทวิภาคีและการพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีกำหนดการพบปะกับนักลงทุนสหรัฐฯ เพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศไทย และการหารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโลก  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ   JICA และสถาบันการเงินเอกชนระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง รวมทั้งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการพบปะกับคนไทยที่พำนักอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และเขตปริมณฑล

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า