posttoday
‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ปัญหาใหญ่ของใคร (1)

‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ปัญหาใหญ่ของใคร (1)

07 มกราคม 2561

เศรษฐา ทวีสินกรรมการผู้จัดการ บมจ.แสนสิริช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน ธ.ค.ทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอคอยเลย ก็เพราะเป็นช่วงการจัดแมตช์ฟุตบอลการกุศลเพื่อรำลึกถึงคุณเอกชัย นพจินดา หรือ ย.โย่ง ซึ่งแมตช์การกุศลนี้มีมาประจำเกือบ 25 ปีแล้ว เป็นการแข่งกันระหว่างทีมจากธนาคารกสิกรไทย นำโดยคุณบัณฑูร ล่ำซำ และทีมจากสยามสปอร์ต ซินดิเคท นำโดยคุณระวิ โหลทอง ซึ่งทุกครั้งจะมีการนำเงินที่ได้รับบริจาคไปเข้ามูลนิธิ ย.โย่ง เพื่อนำไปทำกิจกรรมเพื่อเยาวชนต่อไป

เศรษฐา ทวีสินกรรมการผู้จัดการ บมจ.แสนสิริ

ช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน ธ.ค.ทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอคอยเลย ก็เพราะเป็นช่วงการจัดแมตช์ฟุตบอลการกุศลเพื่อรำลึกถึงคุณเอกชัย นพจินดา หรือ ย.โย่ง ซึ่งแมตช์การกุศลนี้มีมาประจำเกือบ 25 ปีแล้ว เป็นการแข่งกันระหว่างทีมจากธนาคารกสิกรไทย นำโดยคุณบัณฑูร ล่ำซำ และทีมจากสยามสปอร์ต ซินดิเคท นำโดยคุณระวิ โหลทอง ซึ่งทุกครั้งจะมีการนำเงินที่ได้รับบริจาคไปเข้ามูลนิธิ ย.โย่ง เพื่อนำไปทำกิจกรรมเพื่อเยาวชนต่อไป

ผลพลอยได้อย่างหนึ่งนอกจาก การร่วมกิจกรรมฟุตบอลดังกล่าวทุกปี ก็คือโอกาสที่จะได้ฟังคุณบัณฑูร ล่ำซำ แชร์มุมมองความคิดในด้าน ต่างๆ ให้พวกเราฟังในช่วงสังสรรค์หลังเกมจบลง ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าคุณบัณฑูรเองนั้นนานๆ ครั้งถึงจะออกสื่อพูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สักที เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์หนึ่งของงานวันนั้นเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องหนึ่งที่ท่าน ได้พูดถึงระหว่างบทสนทนานั้นก็คือหัวข้อเกี่ยวกับสภาวะ "รวยกระจุก จนกระจาย" ของประเทศไทยเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านได้นำมาพูดกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อครั้งเดินทางไปเปิดสาขา ธนาคารกสิกรไทยที่ประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ และเรียกได้ว่าเป็นวลีที่ฝังอยู่ในใจของหลายๆ ท่าน เป็นวลีและแนวคิดที่ถูกทิ้งไว้ให้หลายๆ คน หลายๆ ฝ่ายเก็บไปคิดว่ามีนัยสำคัญอย่างไร และที่สำคัญจะจัดการประเด็นดังกล่าวอย่างไร

ผมเองก็เช่นกัน กลับมานั่งคิดดูก็รู้สึกว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่ เพราะเหมือนจะมีคนพูดถึงมาหลายครั้งแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่อย่างที่คอลัมนิสต์ท่านหนึ่งของไทยรัฐเขียนไว้ เราเคยได้ยินแต่เสียงบ่นในเรื่อง "รวยกระจุก จนกระจาย" จากประชาชนคนเดินดินทั่วไปหรือนักวิชาการ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นปัญหาสำหรับเขาและสังคมส่วนรวม แต่เราไม่เคยได้ยินวลีดังกล่าวจากปากของบุคคลที่อยู่ในกลุ่มระดับหัวกะทิทางด้านธุรกิจของประเทศมาก่อนเลย เพราะเรื่องความรวย ความจน นี้ไม่น่าจะใช่ปัญหาอะไรที่คนกลุ่มนี้ต้องวิตกกังวล แต่มาวาระนี้บุคคลในวงการธุรกิจระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการของธนาคารยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยออกมาพูดด้วย ตัวเอง มันจึงมีการสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นพิเศษสำหรับผมครับ

"รวยกระจุก จนกระจาย" เป็นวลีที่คุณบัณฑูรใช้เพื่อบ่งบอกถึงสภาพความไม่เสมอภาคทางความมั่งคั่งของประชากรไทย แต่เรื่อง "รวยกระจุก จนกระจาย" นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงรายเดียวนะครับ ไม่ต้องน้อยใจ มันเกิดขึ้นทั่วโลกครับ แม้กระทั่งในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรก็ประสบปัญหาเดียวกัน ภาษาอังกฤษเขาใช้คำสั้นๆ ว่า "Inequality" โดยก็มีการจำกัดความด้วย อาจเลือกว่าจะยึดเอา Income "รายได้" ของบุคคล หรือ Wealth "ความมั่งคั่ง" ซึ่งหมายรวมถึงสินทรัพย์และสมบัติอื่นๆ รวมอยู่ด้วย แต่ถ้ามองภาพรวมยังไงๆ เวลาพวกตัวเลขสถิติออกมาก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอกครับ ยกตัวอย่างที่ผมไปอ่านเจอล่าสุดและชี้แจงออกมาเป็นตัวเลขแบบน่าตกใจก็คือรายงาน World Inequali ty Report ที่ตีผลสำรวจของกว่า 100 ประเทศในโลกว่าตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา จนถึงปลายปี 2559 เขาบอกว่ากลุ่มเศรษฐีในโลกที่อยู่บนยอดพีระมิดแค่ 1% ของประชากรทั้งหมด ครอบครองสัดส่วนความมั่งคั่งอยู่ถึง 27% ของทั้งโลก

และที่น่าตกใจกว่านั้นคือรายงานของ Oxfam ที่นาง Christine Lagarde ผู้อำนวยการของ IMF เคยยกมากล่าวในที่ประชุม IMF เมื่อครั้งเธอพูดถึงความกังวลเรื่องความไม่เสมอภาคทางความมั่งคั่ง ของประชากรโลก โดยรายงาน บอกว่ามหาเศรษฐี 8 อันดับแรกของโลกครอบครองความมั่งคั่งเท่ากับอีกกว่า 3,600 ล้านคน ของประชากรโลกที่อยู่ 50% ล่างของฐานรายได้เลยทีเดียว เมื่อเห็นสถิติแบบนี้เลยยิ่งทำให้ผมเห็นชัดครับว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท