
วิกฤตอากาศโลกสุดขั้ว ออสซี่ร้อนทุบสถิติ80ปี
ซิดนีย์ร้อนจัดแตะ 47.3 องศา ทำถนนยางมะตอยละลาย ขณะสหรัฐยังหนาวจัดสุดขั้ว
ซิดนีย์ร้อนจัดแตะ 47.3 องศา ทำถนนยางมะตอยละลาย ขณะสหรัฐยังหนาวจัดสุดขั้ว
นครซิดนีย์ทางตะวันออกของออสเตรเลียเผชิญอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบเกือบ 80 ปี โดยกรมอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า อุณหภูมิในเขต เพนริธพุ่งขึ้นไปแตะ 47.3 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 7 ม.ค. หรือสูงสุดในซิดนีย์ นับตั้งแต่ปี 1939 ขณะที่อุณหภูมิในเมืองเมลเบิร์นอยู่ที่ 40.1 องศา จนทำให้ถนนบางสายถึงกับละลายและเกิดรถติดยาว และเกิดไฟป่าขึ้นในหลายจุด
อย่างไรก็ดี อุณหภูมิเริ่มเย็นลงแล้วตั้งแต่วานนี้อยู่ที่ราว 28 องศา ในซิดนีย์ และ 22 องศา ในเมืองเมลเบิร์น
ขณะที่สหรัฐยังคงเผชิญอากาศหนาวจัดในหลายพื้นที่ทางตะวันออก จากปรากฏการณ์พายุฤดูหนาวครั้งรุนแรงตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. โดยอุณหภูมิบริเวณยอดเขาของภูเขาวอชิงตัน ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ลดลงแตะ -38 องศา และในบางช่วงของวันลงไปถึง -73.3 องศา ทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
หน่วยงานด้านสภาพอากาศของยุโรป โคเปอร์นิคัส ระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วในออสเตรเลียและสหรัฐครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากการที่ปี 2017 เป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับ 2 ของโลก นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ต่อเนื่องจากสถิติอันดับ 1 ในปี 2016







