
อาชีพในฝัน
[email protected]วันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. ถูกกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ นอกจากคำขวัญที่เปลี่ยนไปทุกปี การจับสลากของขวัญ เด็กๆ จะถูกตั้งคำถามทุกปีว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
วันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. ถูกกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ นอกจากคำขวัญที่เปลี่ยนไปทุกปี การจับสลากของขวัญ เด็กๆ จะถูกตั้งคำถามทุกปีว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย ได้ทำการสำรวจเด็กไทยที่มีอายุ 7-14 ปี จำนวน 2,044 คน พบว่า อาชีพที่เด็กๆ ใฝ่ฝันอยากทำมากที่สุด คือ "อาชีพครู" เพราะอยากถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น อันดับสองคือ "แพทย์เฉพาะทาง" และ "นักกีฬา" ตามลำดับ โดยเฉพาะ "นักฟุตบอล" เพราะมีค่าตอบแทนที่ดี และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้
ที่น่าสนใจคืออาชีพใหม่ๆ ที่เด็กไทยให้ความสนใจในปีนี้ อาทิ เกมเมอร์/นัก แคสเกม เพราะอยากใช้ความชอบในการเล่นเกมมาประกอบอาชีพ ขณะเดียวกันก็มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่สนใจอยากเป็นนักธุรกิจและผู้ประกอบการ เพราะต้องการอิสระในการทำงาน บางส่วนต้องการสืบทอดกิจการของครอบครัว
เมื่อถามถึงเงินเดือนที่เด็กๆ ต้องการส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.5-3 หมื่นบาท โดยเงินเดือนสูงสุดที่เด็กไทยอยากได้ คือ มากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งพบว่าอาชีพในฝันที่เด็กๆ คิดว่าจะได้เงินเดือนสูงคือ อาชีพนักกีฬา เพราะหากเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงก็จะได้รับค่าตอบแทนที่สูงตามมาด้วย
ผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยในปีนี้ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค-ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย กล่าวว่า เด็กมีความสนใจที่จะทำอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยเริ่มเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่นและทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวและหันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสังคมมากขึ้น ดังนั้นองค์กรจำเป็นที่จะต้องปรับวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยหันมาทำธุรกิจที่สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการสร้างคุณค่าทางสังคม หรือที่เรียกว่า Create Shared Value เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารยังเปิดโลกให้เด็กๆ ได้รู้จักอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่ที่งานประจำเท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการจ้างงานในอนาคตที่ระบบเศรษฐกิจแบบ Gig Economy จะ เข้ามามีอิทธิพลต่อตลาดแรงงานทั่วโลก
จากงานวิจัยจะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่มีทัศนคติที่ดีต่องานอิสระและการเป็น ผู้ประกอบการ เนื่องจากสามารถสร้างเส้นทางอาชีพ ไลฟ์สไตล์ที่ลงตัว และเป็นเจ้านายตัวเอง ดังนั้นสถาบันการศึกษาจึงควรปลูกฝังและส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ เพื่อรองรับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป







