
หุ้นแค่ชะลอช่วงสั้น ระยะยาวยังมองดี
& โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาตemail: [email protected]หลังปีใหม่ ดัชนีหุ้นไทยวิ่งพรวดเดียวเกือบ 60 จุด ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร ดึงดัชนีถอยกลับลงมาปิดที่1792.81 จุด
& โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาตemail: [email protected]
หลังปีใหม่ ดัชนีหุ้นไทยวิ่งพรวดเดียวเกือบ 60 จุด ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไร ดึงดัชนีถอยกลับลงมาปิดที่1792.81 จุด
ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิมา 3 วันติด หลักพันล้านบาทต่อวันตลอด สวนทางกลับที่ซื้อสุทธิหลักหมื่นล้านบาทในตลาดตราสารหนี้
แม้หุ้นไทยจะขึ้นมาเร็ว แต่มูลค่ายังไม่แพง เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน
หากใช้ประมาณการปี 2561 ที่คาดว่ากำไรจะโต 10.8% หุ้นไทยจะเทรดที่ พี/อี 16.3 เท่า ใกล้เคียงกับของตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ 16.4 เท่า แต่ต่ำกว่าตลาดฟิลิปปินส์ที่ 19.1 เท่า ทั้งสองตลาด เพื่อนบ้านกำไรปีนี้คาดว่าจะโตที่ 12%
ขณะที่ค่าพี/อีเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 14.8 เท่า ซึ่งเป็นช่วงยาวที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยราว 3% ต่อปี ต่ำกว่าระดับศักยภาพของ ตัวเอง แถมการเมืองขาดเสถียรภาพ
มองไป 3 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ 4.3% ต่อปี ซึ่งจะหนุนให้กำไร บจ.ในตลาดหุ้นโตเฉลี่ยได้ 10% ต่อปี
ปีก่อน เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว ทั้งสองปัจจัยยังดีต่อเนื่องในปีนี้
ปีนี้จะได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐ และการบริโภคภาคเอกชน
ความคืบหน้าของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน
น่าสังเกตว่า ตลาดหุ้นไทยวิ่งแรงตามตลาดหุ้นทั่วโลก หลังมีสัญญาณเศรษฐกิจของภูมิภาคหลักขยายตัวพร้อมกัน ขณะที่เงินเฟ้อยังต่ำ สภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินโลกยังสูง แม้จะมีทิศทางที่ค่อยๆ ลดลง
แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ามีส่วนกระตุ้นให้เงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ที่รวมถึงตลาดหุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์
ในส่วนของบ้านเรา เงินไหลเข้าตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก เข้าตลาดหุ้นน้อย ในวันหลังๆ พลิกเป็นขายด้วยซ้ำ
หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ ยืนสูงเกินคาด และมีแนวโน้มดี ทั้งราคาน้ำมันและถ่านหิน หลังดีมานด์เร่งตัวขึ้นตามเศรษฐกิจโลก
เราเห็นการปรับขึ้นประมาณกำไร และราคาหุ้นเป้าหมายของหุ้นเหล่านี้
การปรับฐานย่อย หากเกิดขึ้น มองเป็นโอกาสเก็บสะสม บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท บ้านปู (BANPU)
เงินบาทที่แข็งค่าเร็วเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้ามาดูแล
หากการคาดการณ์ค่าเงินบาทเกิดเปลี่ยนทิศทางเป็นอ่อนค่า อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากอาจกระตุ้นให้ต่างชาติขายทำกำไรหุ้นไทย
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ต่างชาติถือครองหุ้นไทยใกล้เคียงจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี จึงเชื่อว่าแรงขายต่างชาติจะมีไม่มาก
ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารกำลังเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่จากการตั้งสำรองลดลง สินเชื่อเร่งตัวขึ้น และประโยชน์จากดิจิทัลในระยะยาว คาดกำไรกลุ่มจะเติบโต 13% ต่อปี ช่วงปี 2561-2562 จากหดตัวในปี 2560 อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ทรงตัวที่ 11-12%
สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2561 ที่ 11 เท่า และราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ปี 2561 ที่ 1.2 เท่า มอง "ไม่แพง" ให้ธนาคารทหารไทย (TMB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นหุ้นแนะนำในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ขณะที่บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เป็นธนาคารขนาดกลางที่กำไรเติบโตชัดที่สุด ทั้งนี้ชอบธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) น้อยที่สุดในกลุ่ม และแนะนำแค่ถือ
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ธนชาต ยืนยันมุมมองบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทยระยะ 12-24 เดือนข้างหน้า เป้าหมายดัชนีหุ้นปีหน้าถูกปรับขึ้นเป็น 1,900 จุด และปีถัดไปที่ 2,050 จุด หนุนโดยเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเฉลี่ย 4.3% ในช่วงปี 2561-2563 สภาพคล่องในประเทศที่ยังสูงลิ่ว จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด แรงกดดันเงินเฟ้อยังต่ำ ทำ ให้อัตราดอกเบี้ยไทยยังไม่ขึ้นเร็ว
กลยุทธ์การลงทุนในปี 2561 แนะเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และเงินเฟ้อที่ค่อยๆ ขยับขึ้น บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN )บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) บริษัท ราชธานี ลิสซิ่ง (THANI) การท่องเที่ยวที่เฟื่องฟู บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA ) BEAUTY ความ คืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) บริษัท อมตะคอร์ปอเรชัน (AMATA) เป็นต้น
ทั้งนี้ ควรศึกษาบทวิเคราะห์รายหุ้นก่อนตัดสินใจลงทุน ผ่านแอพพลิเคชั่น Think ที่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ ทั้งในระบบ iOS และ Android
ดาวโหลดที่นี่ https://goo.gl/BhhePK
พบกันใหม่สวัสดีครับ







