
กองหนุนทหาร
สมผล ตระกูลรุ่ง รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมากว่า 3 ปีแล้ว เป็นรัฐบาลทหารที่เข้ายึดอำนาจการปกครองในสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เกิดความวุ่นวายแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกแยกในทางความคิดที่หยั่งลึกไปทุกหย่อมหญ้า มีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล จนรัฐบาลพลเรือนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีการใช้ความรุนแรง มีผู้คนล้มตายจากความขัดแย้ง ถ้าย้อนกลับไปมองสถานการณ์ในตอนนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศเราเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดได้ว่าจะจบลงแบบไหน ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร อนาคตของประเทศไทยเราจะไปในทิศทางไหน
สมผล ตระกูลรุ่ง
รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมากว่า 3 ปีแล้ว เป็นรัฐบาลทหารที่เข้ายึดอำนาจการปกครองในสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ เกิดความวุ่นวายแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกแยกในทางความคิดที่หยั่งลึกไปทุกหย่อมหญ้า มีการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล จนรัฐบาลพลเรือนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีการใช้ความรุนแรง มีผู้คนล้มตายจากความขัดแย้ง ถ้าย้อนกลับไปมองสถานการณ์ในตอนนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศเราเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดได้ว่าจะจบลงแบบไหน ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร อนาคตของประเทศไทยเราจะไปในทิศทางไหน
ไม่ต้องคิดไปถึงว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศอย่างไร แค่คิดว่าวันพรุ่งนี้ชาวบ้านจะทำมาหากินอะไรก็ยากแล้ว สถานการณ์ก่อนการยึดอำนาจของ คสช. บ้านเมืองอยู่ในสภาพไร้กฎหมาย รัฐบาลมีเพียงแต่ชื่อว่าเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถปกครองประเทศได้ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ มวลชนที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลมีจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน รัฐบาลเองก็จัดตั้งกลุ่มมวลชนขึ้นมา มีการใช้อาวุธทำร้าย ซึ่งกันและกัน แม้ไม่เปิดเผยแต่เป็นที่รู้กันว่าแต่ละฝ่ายมีกองกำลังหนุนหลังอยู่ รัฐบาลอยู่ในสภาพจนตรอกที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เลย
ทันทีที่ คสช.ทำการปฏิวัติรัฐประหารไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งลงจากทำเนียบ ทหารได้เข้าควบคุมอำนาจรัฐ สถานการณ์ที่อึมครึมได้จางหายไปเหมือนแสงตะวันไล่หมอกในยามเช้า ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นเมื่อใด
คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเจตนามุ่งมั่นที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นเพื่อการปฏิรูปประเทศ คสช.กลายเป็นความหวังใหม่ของประชาชน
รัฐบาลหุ่นเชิดที่ถูก คสช.ไล่ลงจากเวทีการเมือง เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกยัดเยียดจากประเทศตะวันตกว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด เป็นระบอบที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องใช้ในการปกครองประเทศ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่รัฐบาลที่ดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุดเสมอไป ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนซึ่งเป็นผู้เลือกผู้ปกครองว่ามีความรู้เท่าทันเล่ห์กลของนักการเมืองหรือไม่ และประชาชนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ ถ้าประชาชนยังมองแค่ประโยชน์เฉพาะหน้าที่ตัวเองจะได้รับ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศชาติ การเลือกตั้งก็จะกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองเลวๆ ที่หวังเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง
ถ้าชาวนายังเห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด เป็นโครงการที่ดีเพราะตัวเองได้ประโยชน์ โดยไม่ได้คำนึงถึงความ เสียหายที่จะเกิดกับระบบการเงินการคลังของประเทศ ไม่สนใจว่าในที่สุดประเทศชาติจะล่มสลาย หรือไม่สนใจที่จะเรียนรู้เพราะตนเองได้ประโยชน์ เช่นนี้แล้วประชาธิปไตยเลือกตั้งย่อมไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้
บทเรียนที่ได้จากการปฏิวัติรัฐประหารของ คสช.ในครั้งนี้ก็คือ รัฐบาลจะดีหรือไม่ดีไม่ได้อยู่ที่ระบอบการปกครอง แต่ขึ้นอยู่ที่ตัวรัฐบาลเอง อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะเป็นผู้คุมอำนาจบริหารประเทศ ถ้าได้บุคคลที่ดีมาเป็น ผู้ใช้อำนาจปกครอง ย่อมจะเป็นรัฐบาลที่ดี ไม่ว่าจะมาจากระบอบการปกครองใด
ตัวอย่างที่เราเห็นกันในโลกปัจจุบันคือ ประเทศจีนไม่มีพรรคฝ่ายค้าน รัฐบาลมาจากพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียว มีอำนาจเบ็ดเสร็จ จึงเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่วันนี้จีนกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของโลกแทนอเมริกา เจ้าพ่อประชาธิปไตยที่ท่องคาถาเลือกตั้งวันละ 3 เวลาหลังอาหารและก่อนเข้านอน
ยิ่งหากเปรียบเทียบกับฮิตเลอร์ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชนะด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเหมือนกับรัฐบาลทักษิณ แม้จะเป็นประชาธิปไตยแต่กลับนำพาประเทศไปสู่หายนะ
ในโลกแห่งความเป็นจริง จึงไม่มีระบอบการปกครองใดที่จะดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุด ทุกอย่างขึ้นกับตัวบุคคลทั้งสิ้น
รัฐบาล คสช.โดยลุงตู่ เข้ามา บริหารประเทศท่ามกลางกำลังใจจากประชาชนจำนวนมากที่ให้การสนับสนุน เป็นกองหนุนให้กับรัฐบาลทหาร ฝากความหวังไว้กับมาตรา 44 ที่เป็นยาแรงสามารถใช้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาล คสช.จึงมีต้นทุนสูงในการเข้ามาบริหารประเทศ แต่ดูเหมือนว่าลุงตู่เองแม้จะมีความตั้งใจ แม้จะมีแรงหนุนจากประชาชน แต่ต้องอาศัยอำนาจจากกองทัพ ต้องอาศัยพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ผู้มากบารมีเพื่อค้ำบัลลังก์
การบริหารประเทศของทหารยังคงรักษาธรรมชาติของทหารที่ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสูงสุด ทหารที่เข้ามาเป็นเสนาบดี ย่อมไม่อาจทิ้งความเป็นทหารไปได้ ภาพของคนในรัฐบาลตั้งแต่ลุงตู่เอง จนถึงเสนาบดีทหาร จึงมีภาพลักษณ์ของความห้าวหาญ ยิ่ง พล.อ.ประวิตร บิ๊กป้อม พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ภาพลักษณ์ที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างเกรียวกราด ใช้ถ้อยคำรุนแรง เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล คสช.ตลอดมา
ถ้าเปรียบเทียบการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร กับทักษิณ ช่วงก่อนถูกปฏิวัติหรือก่อนออกกฎหมายนิรโทษกรรม การให้สัมภาษณ์ช่างละม้ายคล้ายกันอย่างมาก เป็นการให้สัมภาษณ์ที่แสดงถึงอำนาจบารมีของตนเอง แบบที่ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา
แล้วพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ก็ไม่ทำให้ลุงตู่ต้องผิดหวัง เมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวจากนาฬิกาอาถรรพ์ ซึ่งถูกขุดคุ้ยได้ไม่ต่ำกว่า 15 เรือนแล้ว จนถึงวันนี้กองหนุนของลุงตู่ลดน้อยถอยลงเพราะทนไม่ได้กับภาพลักษณ์การซุกทรัพย์สินที่ไม่ต่างไปจากการซุกหุ้นของนักโทษหนีคดี
ลุงตู่ในวันนี้ ในวันที่เตรียมปูทางสำหรับการเป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร สร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อการรักษาอำนาจ เปิดโอกาสที่จะกลับมาเป็นนายกฯ คนนอกอีกสมัย เพื่อให้ภารกิจสร้างความปรองดองสำเร็จสมความมุ่งมาดปรารถนา หากไม่สามารถรักษากองหนุนไว้ได้ แม้จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ แต่จะทนกับเสือสิงห์กระทิงแรดที่มาจากการ เลือกตั้งได้หรือไม่ และเมื่อตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแล้ว ยาวิเศษเบอร์ 44 ก็จะหมดอายุ ไม่มีอาวุธพิเศษที่จะปรามนักเลือกตั้งเขี้ยวลากดินทั้งหลายได้ ลุงตู่จะทนไหวหรือ
ยังพอมีเวลาที่ลุงตู่จะตัดสินใจ จะปรับกลยุทธ์ ลุงตู่ต้องถามตัวเองว่าต้องการกองหนุนจากทหาร จากพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ หรือต้องการกองหนุนจากประชาชนที่ถดถอยร่อยหรอลงไปเยอะแล้ว ให้กลับมาสนับสนุน เป็นกองหนุนจากพลังที่บริสุทธิ์ ด้วยการเอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น
อนาคตของท่านอยู่ที่การตัดสินใจของท่านเองในวันนี้ n







