
ธุรกิจอีสานไม่มั่นใจศก.
อดีตเลขาธิการหอการค้าอีสาน ยันกำลังซื้อรากหญ้าหด เศรษฐกิจไทยโตเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ ห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีไปไม่รอด
อดีตเลขาธิการหอการค้าอีสาน ยันกำลังซื้อรากหญ้าหด เศรษฐกิจไทยโตเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ ห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีไปไม่รอด
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และที่ปรึกษาประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในสายตาภาคเอกชนที่มองเศรษฐกิจปี 2561 ยังไม่ค่อยมั่นใจ เพราะนักลงทุนในท้องถิ่นมีอาการป่วยไข้มาหลายปี โอกาสฟื้นตัวก็มี แต่ต้องอาศัยหมอมือหนึ่งที่เข้าใจโรค โดยเฉพาะโรคของพ่อค้าในท้องถิ่นและกลุ่มเอสเอ็มอี อย่ามองแค่ไม่กี่บริษัทแล้วสรุปว่าดี
นายทวิสันต์ กล่าวว่า ด้านการบริโภคกำลังซื้อแย่ลง ร้านดอกไม้ไหว้ย่าโมยอดตกไป 40% ถ้ามองเป็นระบบประชาชนเป็นหนี้กันมากจนไม่มีเงินเหลือไปจับจ่าย การลงทุนของเอกชนเป็นยุคปลาใหญ่กินกันเอง ธุรกิจปลาเล็กแทบไม่เหลือแล้ว การลงทุนจะมีเฉพาะกลุ่มสายป่านยาว กลุ่มเอสเอ็มอีไม่มีกำลังในการลงทุนต่อ เอาแค่รักษาตัวรอดก็นับว่าดีแล้ว การลงทุนของภาครัฐมีมาจริง แต่ที่ตกอยู่กับท้องถิ่นคงไม่มากนัก เช่น ค่าแรง
"การลงทุนภาคเอกชนคงมีไม่มาก อย่างโคราชวันนี้กลุ่มทุนใหญ่ลงทุนในโคราชกันมาก รวมๆ แล้วกว่าแสนล้านบาท ในขณะที่ตึกแถวในเมืองโคราชประกาศขายเพิ่มขึ้น ธนาคารพาณิชย์ รู้ดีเพราะลูกค้าเริ่มขาดสภาพคล่อง ผู้ลงทุนด้านอสังหาฯ ของท้องถิ่นจะล่มกันอีกมาก เพราะสร้างแล้วขายไม่ได้ ธนาคารเลือกลูกค้า เสนอไป 10 ราย ผ่านไม่เกิน 5 ราย ผู้ลงทุนเริ่มแบกรับภาระไม่ไหว" นายทวิสันต์ กล่าว
ด้าน นายไพสิทธิ์ ปิติทรงสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นักลงทุนส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่รัฐบาลกำลังส่งเสริม ทำให้การลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากให้รัฐบาลเข้ามาส่งเสริมคือ การช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากราคาผลผลิตตกต่ำ ส่งผลให้กำลังการซื้อน้อย
"รัฐควรส่งเสริมให้เกษตรกรมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตในรูปแบบสมาร์ท ฟาร์เมอร์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนในการผลิต อีกทั้งยังเพิ่มผลผลิตได้ ตลอดจนจัดหาตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรกร และวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างเป็นระบบ" นายไพสิทธิ์ กล่าว







