posttoday
หวังส่งออกโต 5% พาณิชย์เจาะรายตลาด

หวังส่งออกโต 5% พาณิชย์เจาะรายตลาด

07 มกราคม 2561

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรแปรรูป เชื่อว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงเป็นเกษตรกร เพราะหากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นและขอปรับราคาที่เกินราคาตลาดโลก เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่โรงงานแปรรูปจะยอมอนุมัติ และหากโรงงานรับวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาตลาดโลกก็จะประสบปัญหาขาดทุน สุดท้ายต้องปิดกิจการ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าไปดูแล

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรแปรรูป เชื่อว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงเป็นเกษตรกร เพราะหากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นและขอปรับราคาที่เกินราคาตลาดโลก เชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่โรงงานแปรรูปจะยอมอนุมัติ และหากโรงงานรับวัตถุดิบที่สูงกว่าราคาตลาดโลกก็จะประสบปัญหาขาดทุน สุดท้ายต้องปิดกิจการ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าไปดูแล

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกยังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้าง ขั้นต่ำ ซึ่งอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับขึ้นที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ เพราะการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดนั้น อาจทำให้หลายๆ โรงงานเสี่ยงต่อการปิดกิจการได้ เนื่องจากหลายสินค้าไม่สามารถที่จะปรับขึ้นราคาตามค่าจ้างได้

"เรื่องของการปรับขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด ภาคเอกชนทำได้แค่ให้รัฐบาลช่วยทบทวน หากไม่สำเร็จ คงเน้นการนำเครื่องจักรต่างๆ ที่ทำงานแทนคน รวมถึงพัฒนาศักยภาพของแรงงานให้มีประสิทธิผลมากที่สุด" วิศิษฐ์ กล่าว

ขณะที่การที่สหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) สินค้าไทยอีก 3,400 รายการนั้น น่าจะมีผล กระทบทางอ้อมต่อการส่งออก เพราะผู้ที่มีหน้าที่ชำระภาษีคือผู้นำเข้าในสหรัฐอเมริกา แต่คาดว่าในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการพิจารณาต่อสิทธิจีเอสพี ให้กับสินค้าไทย ระหว่างนี้ผู้นำเข้าในสหรัฐอเมริกาต้องรับภาระไปก่อนแล้วค่อยทำเอกสารมาขอคืนภายหลัง ซึ่งในช่วงนี้อาจทำให้ผู้นำเข้าในสหรัฐอเมริกาชะลอการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้าจากไทยไปก่อน เพื่อรอดูความชัดเจน

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งออกของไทยในปี 2561 คาดว่าการขยายตัวจะอยู่ที่ 5% แม้ว่าจะมีปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ปีนี้คาดว่าค่าเงินบาทของไทยจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ยังไม่เป็นตัวที่จะมาบั่นทอนการเติบโตของการส่งออกในปีนี้ เพียงแต่อาจทำให้ผู้ส่งออกมีภาวะการแข่งขันที่ยากลำบากขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรจะเข้ามาดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่าเกิน 33 บาท/ดอลลาร์

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการส่งออกของปี 2561 ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังหารือร่วมกับภาคเอกชน และจะนัดประชุมร่วมกับทูตพาณิชย์อีกครั้ง ส่วนตัวเลขจะเป็นเท่าใด คงต้องรอประชุมกันก่อน แต่ในการตั้งเป้าหมาย ไม่อยากให้มองแค่อัตราการเติบโต แต่ต้องมองว่าตัวเลขส่งออกที่ขยายตัวสองคล้องกับศักยภาพของประเทศหรือตลาดที่จะส่งออกมากน้อยแค่ไหน

"การกำหนดเป้าหมายรายตลาดส่งออกต้องลงลึกไปถึงการส่งออกในแต่ละประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้ว การส่งออกของไทยเป็นอย่างไร มีสัดส่วนการตลาดเพิ่มมากน้อยแค่ไหน และถ้าจะเพิ่มการส่งออก ต้องทำอะไร เพราะบางประเทศฐานต่ำ ส่งออกเพิ่มนิดเดียว ก็โตได้เยอะ หรือประเทศเล็ก ส่งออกเพิ่ม ก็โตเยอะ" สนธิรัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอย่าง เข้มข้นมากขึ้น โดยจะมุ่งขยายการค้า การลงทุนแบบเจาะจงเป็นรายประเทศและรายเมือง ซึ่งได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศไปศึกษาดูว่ามีประเทศไหนบ้างที่มีศักยภาพสำหรับไทย อะไรเป็นเป้าหมายที่จะไปร่วมมือ ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน

"ให้ไปดูว่าแต่ละประเทศมีศักยภาพที่จะช่วยเสริมการค้าการลงทุนกับไทยในด้านไหนบ้าง หรือในด้านการส่งออก สินค้าอะไรของไทยมีโอกาสในการเจาะเข้าสู่ตลาด แล้วจากนั้นให้ไปจัดคณะ จัดทีมภาคเอกชนของไทย เพื่อไปเจรจาเปิดตลาด และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยผมจะนำทัพไปเอง ซึ่งประเทศที่อยู่ในเป้าหมายแรก คือ จีน ซีแอลเอ็มวี อินเดีย และยุโรป เป็นต้น" สนธิรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท