
พุทธปฏิมาจากแดนภารตะสู่สุวรรณภูมิ
กรมศิลปากรเชิญชมนิทรรศการ พิเศษ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรื่อง “พุทธปฏิมาวิจักษณ์จากภารตะสู่สุวรรณภูมิ”
โดย กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กรมศิลป์
กรมศิลปากรเชิญชมนิทรรศการ พิเศษ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรื่อง “พุทธปฏิมาวิจักษณ์จากภารตะสู่สุวรรณภูมิ” เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐอินเดียและราชอาณาจักรไทย และในวาระครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐอินเดียกับกลุ่มประเทศอาเซียน
นิทรรศการนี้จะทำให้ผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มีส่วนร่วมในตำนานพุทธศิลป์อันยิ่งใหญ่ของอินเดีย ไทย และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงนิทรรศการเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย โบราณวัตถุศิลปะอินเดีย และโบราณวัตถุที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย รวมทั้งสิ้นจำนวน 64 รายการ
โบราณวัตถุที่จัดนิทรรศการ เป็นประติมา กรรมศิลา ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในพระพุทธศาสนาสมัยแรกๆ ของประเทศอินเดีย ประเทศไทย และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม ชวาและอินโดนีเซีย
เป็นประติมากรรมที่สร้างระหว่างพุทธศตวรรษที่ 3-19 จำแนกเป็นกลุ่มตามประวัติการสร้างพระพุทธรูปและรูปเคารพในพระพุทธศาสนา เริ่มตั้งแต่ประติมากรรมที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า ประติมากรรมสัญลักษณ์มงคลเนื่องในพระพุทธศาสนา ประติมากรรมเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และประติมากรรมที่เป็นการแสดงปาฏิหาริย์ครั้งสำคัญของพระพุทธเจ้า ตลอดจนพระพุทธรูปปางต่างๆ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นตามอย่างประติมานวิทยา ซึ่งมีต้นแบบมาจากอินเดีย และได้มีพัฒนาการของการสร้างพระพุทธปฏิมาที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นถิ่น
มีการนำวัสดุท้องถิ่นมาปรับใช้ให้เข้ากับแนวคิดในการสร้างสรรค์ตามสภาพแวดล้อม โดยมีการคำนึงถึงวิถีชีวิตและอุดมคติแห่งชุมชนและสังคมของชนพื้นถิ่นในช่วงเวลานั้นๆ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในรูปแบบของพุทธศิลป์ที่เป็นมรดกตกทอดมาอย่างยาวนาน จากดินแดนต้นกำเนิดแห่งพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าทุกวันนี้พระพุทธศาสนาและการสร้างสรรค์พุทธศิลป์จะมิได้คงอยู่อย่างโดดเด่นบนแผ่นดินที่เป็นประเทศอินเดียแล้วก็ตาม นิทรรศการ “พุทธปฏิมาวิจักษณ์จากภารตะสู่สุวรรณภูมิ” จะนำพาทุกท่านไปสู่การมีส่วนร่วมเป็นพยานแห่งความประทับใจในปฏิสัมพันธ์ ความสมานฉันท์ระหว่างสาธารณรัฐอินเดียและราชอาณาจักรไทย การให้และรับซึ่งกันและกันตราบนานเท่านาน
ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับรู้ ซึมซับความคิดและปรัชญาทางพระพุทธศาสนาจากแดนภารตและดินแดนสุวรรณภูมิ ผ่านผลงานพุทธศิลป์ที่เกิดจากพลังแห่งศรัทธา ความเชื่อ ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงอัจฉริยภาพแห่งการสร้างสรรค์และจิตวิญญาณของศิลปินในอดีตเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ซึ่งไม่เพียงทำให้ได้ทราบถึงปรีชาญาณในการสร้างพระพุทธปฏิมาศิลาที่มีรูปแบบในสกุลช่างต่างๆ กัน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญต่อการรองรับปรัชญาการดำรงชีวิตและพิธีกรรมที่ซับซ้อน ทั้งยังเป็นการประกาศให้สากลโลกมีทัศนคติและความเข้าใจที่ดี
ต่อราชอาณาจักรไทย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐอินเดีย และส่งเสริมการรับรู้ถึงความผูกพันและมิตรภาพที่มีต่อกัน นับจากอดีตจนปัจจุบัน อันจะก่อให้เกิดความรู้ใหม่และสร้างความเข้าใจในอารยธรรมของอินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้
ผู้สนใจสามารถชื่นชมความงดงามและความอลังการของพุทธศิลป์จากดินแดนภารตสู่สุวรรณภูมิได้ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. โดยจะเปิดให้เข้าชมถึงวันที่ 23 มี.ค. พุทธศักราช 2561 (หยุดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)







