
แก้จนอย่างยั่งยืน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่า นัดแรกของปี 2561
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือเทียบเท่า นัดแรกของปี 2561 ให้ทุกหน่วยงานเร่งสรุปแผนงานแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นงานสำคัญเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
อย่างที่ทราบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางนโยบายสำคัญหลักของปีนี้คือการแก้ปัญหาความยากจน ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเร่ง ผลักดันกำลังซื้อในต่างจังหวัดให้ฟื้นตัว เพราะแม้ตัวเลขการส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักตัวหนึ่งจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่รายได้ในประเทศกลับไม่กระเตื้อง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ติดกับดักหนี้ครัวเรือน
จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี 2560 หนี้สินต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 6.6 เท่า สูงสุดในรอบ 11 ปี ปัจจุบันครัวเรือนไทยทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ย 26,973 บาท/เดือน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,897 บาท/เดือน โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงกว่ารายได้ ซึ่งมีโอกาสที่ครัวเรือนไทยจะเป็นหนี้เพิ่มขึ้น
สำหรับเส้นความยากจนของคนไทยในปัจจุบัน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กำหนดไว้ อยู่ที่ 2,660 บาท/เดือน หรือ 31,920 บาท/ปี ปัจจุบันคนไทยมีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี มีประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลจะได้เร่งออกมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนต่อเนื่องตลอดปีนี้ โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาออกมาตรการต่างๆ
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ทุกกระทรวง ไปวางแผนแก้ไขปัญหาความยากจนโดยเร่งด่วน หลังจากมาตรการในช่วงแรกเป็นช่วยเรื่องค่าครองชีพ ค่าเดินทาง แต่มาตรการนี้เป็นมาตรการระยะสั้น ระยะต่อไปจะเป็นมาตรการแบบยั่งยืน เช่น ฝึกอาชีพ เพิ่มความสามารถในการหารายได้ ภายใต้โจทย์ 4 มิติ ได้แก่ โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โอกาสทางการศึกษา โอกาสในการสร้างอาชีพและสนับสนุนให้มีงานทำ เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลท้องถิ่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐทั้งธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือขั้นตอนในการปฏิบัติที่จะทำให้บรรลุเป้าประสงค์ โดยเฉพาะความเข้าใจของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานราชการไม่ได้มองว่าต้องทำงานเพื่อประชาชน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะฉะนั้นประการแรกหน่วยงานเหล่านี้เข้าไม่ถึงปัญหาของประชาชน และเมื่อมองไม่เห็นปัญหา ก็ไม่สามารถหาวิธีในการแก้ปัญหาได้ ทำได้ตามหลักการแกนๆ ไป และถือว่าได้ทำแล้ว แต่จะสัมฤทธิผลหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป
เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของข้าราชการเสียใหม่ โดยเฉพาะมุมมองที่มีต่อประชาชน คนรากหญ้า การเข้าถึงปัญหา ลงไปคลุกคลีจะช่วยให้เห็นปัญหาอย่างแจ่มแจ้งมากขึ้น และจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องและได้ผลอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ต้องเข้าใจปัญหาของประชาชนที่ถูกครอบด้วยระบบต่างๆ ทั้งระบบสังคม การศึกษา ระบบเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำต่างๆ ตลอดจนระบบการเมืองที่นำประชานิยมมาครอบจนเกิดค่านิยมและทัศนคติที่ผิดๆ เป็นปัญหาดินพอกหางหมูที่ต้องใช้เวลาในการขุดลอกดินที่พอกอยู่หลายชั้น และด้วยความอดทน เพราะการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา ใช้ความอดทน ในการเห็นดอกออกผลในภายภาคหน้า การเร่งเพื่อให้เห็นผลโดยเร็วหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาด้วยการใช้ผักชีโรยหน้า ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งประชาชนผู้มีรายได้น้อยเองต้องเข้าใจเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพื่อร่วมมือกันสร้างให้เกิดวิธีคิดแบบใหม่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน







