posttoday
'ผู้นำรุ่นใหม่' บริหารธุรกิจครอบครัวอย่างไรให้สำเร็จ

'ผู้นำรุ่นใหม่' บริหารธุรกิจครอบครัวอย่างไรให้สำเร็จ

06 มกราคม 2561

ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเข้ามารับช่วงกิจการต่อจากผู้นำรุ่นปัจจุบัน

โดย กุลธิดา เด่นวิทยานันท์

ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการเข้ามารับช่วงกิจการต่อจากผู้นำรุ่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองทางธุรกิจที่แตกต่างกันระหว่างคนสองวัย ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้นำรุ่นปัจจุบันที่มีต่อผู้นำรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันและเหมาะสมในแต่ละยุคแต่ละสมัย

แต่ใช่ว่าทางออกของอุปสรรคเหล่านี้จะมืดมนเพราะยังมีทายาทรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จ หลังจากเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารธุรกิจจากผู้นำรุ่นก่อน

ส่วนหนึ่งจากรายงาน "Same passion, different paths : How the next generation of family business leaders are making their mark" ของ PwC ที่ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกทายาทกิจการรุ่นใหม่จำนวน 35 ราย จาก 21 ประเทศ

อีกทั้งทำการสำรวจความคิดเห็นทายาทรุ่นใหม่ในรูปแบบอื่นๆ อีกกว่า 100 ราย ได้เปิดเผยถึง 5 แนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้นำรุ่นใหม่สามารถประสบความสำเร็จในการบริหารธุรกิจครอบครัว ซึ่งผู้เขียนอยากหยิบยกมาให้ได้อ่าน เพราะเชื่อว่านี่น่าจะเป็นหลักสูตรลัดที่มีประโยชน์สำหรับผู้บริหาร นั่นคือ 1.เสริมทัพกิจการครอบครัวด้วยดิจิทัล (Digitisation) กระแสของการนำดิจิทัลมาใช้เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจภายใต้การบริหารของผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเติบโตมากับเทคโนโลยีและมีความคุ้นเคยกับการใช้ดิจิทัลเป็นอย่างดี จึงเห็นความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจครอบครัวมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและทำให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งให้ความสำคัญกับการนำโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามาใช้ในองค์กรด้วย

ช่องว่างระหว่างวัยและความแตกต่างทางความคิด ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำสิ่งเหล่านี้เข้ามาประยุกต์ใช้ ซึ่ง 36% ของผู้นำรุ่นใหม่ที่ถูกสำรวจ ยังคงรู้สึกอึดอัดที่ผู้นำรุ่นพ่อ-แม่ไม่เข้าใจ ถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากกิจการของพวกเขายังคงล้าหลัง

2.สร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง (In novation) นวัตกรรมถือเป็นหนึ่งความท้าทายสำคัญของธุรกิจครอบครัว เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว นวัตกรรมเปรียบเสมือนอาวุธหลักในการสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เกิดความแตกต่างและสร้างผลกำไรให้กับกิจการในระยะยาว ความตื่นตัวเรื่องนวัตกรรม อีกทั้งความกล้าที่จะเสี่ยงในการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดและมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ

รายงานของ PwC ระบุว่า ผู้นำรุ่นใหม่ถึง 82% เชื่อว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อการดำเนินธุรกิจครอบครัว โดยยังพบว่า 56% ของคนรุ่นใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและพัฒนานวัตกรรมให้กับกิจการของครอบครัว

3.บริหารกิจการครอบครัวอย่าง "มืออาชีพ" (Professionalism) เป็นที่น่าสนใจว่า ทายาทรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การจ้าง "มืออาชีพ" หรือ "คนนอกครอบครัว" ที่มีความสามารถและมีศักยภาพในด้านการบริหารเข้ามาช่วยจัดการธุรกิจครอบครัว จะส่งผลให้กิจการเติบโตมากกว่าการลงมือบริหารเอง เพราะบุคคลเหล่านี้จะบริหารจัดการธุรกิจให้เป็นไปตามกลยุทธ์และตรงกับเป้าประสงค์ขององค์กร โดยไม่มีเรื่องของ "ความเป็นเจ้าของ" เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานในองค์กรที่มีความสามารถได้เติบโตไปเป็นผู้บริหารในสายงานของตนเองได้อีกด้วย 4.กระจายความเสี่ยงและสร้างความหลากหลายให้กับธุรกิจ (Diversifica tion) สำหรับทายาทกิจการรุ่นใหม่หลายรายที่ประสบความสำเร็จนั้น พวกเขาเชื่อว่า การทำอะไรเดิมๆ เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ดังนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบทางธุรกิจ รวมไปถึงการขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อเติบโตและกระจายความเสี่ยง จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญไม่แพ้กับการสร้างผลกำไรให้กับกิจการ นอกจากนี้ การหาประสบการณ์จากโลกภายนอก ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทายาทรุ่นใหม่แสวงหาเพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองและยังเป็นการเปิดโอกาสให้ตนได้เรียนรู้เรื่องของธุรกิจจากองค์กรอื่น และสามารถนำบทเรียนที่ได้กลับมาปรับใช้กับตัวธุรกิจของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5.คำนึงถึงสังคมส่วนรวม (Social Responsibility) ทายาทธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความทะเยอทะยานในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ โดยไม่ได้มุ่งหวังแค่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายในการสร้างสิ่งที่ดีกลับคืนสู่สังคม นอกจากนี้ มุมมองในเรื่องของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ยังแตกต่างจากผู้นำรุ่นพ่อ-แม่

แนวคิดของผู้นำรุ่นใหม่หลายๆ เรื่องนั้น แตกต่างจากผู้นำรุ่นปัจจุบันอยู่พอสมควร ดังนั้น "การสื่อสาร" เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัว โดยผู้นำรุ่นปัจจุบันที่เตรียมจะส่งไม้ต่อ ก็ต้อง "เปิดใจ" รับฟังและเห็นแก่ประโยชน์ขององค์กรในระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัลตั้งแต่วันนี้ หากไม่เตรียมรับมือ กิจการครอบครัวอาจตกอยู่บนความเสี่ยงที่รอวันปะทุจนยากต่อการแก้ไข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท