posttoday
จับตาอินชัวร์เทคปีจอ

จับตาอินชัวร์เทคปีจอ

03 มกราคม 2561

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ในอาณาจักรเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) นั้น เราจะเห็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันเริ่มเปิดตัวกันมากขึ้นในประเทศไทยตลอดปี 2560 โดยเฉพาะในเวทีการประกวดเฟ้นหาบริษัทเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี (สตาร์ทอัพ) ที่หน่วยงานกำกับด้านการเงินจัดขึ้น ก็จะมีกลุ่มสตาร์ทอัพที่ทำเทคโนโลยีประกัน (อินชัวร์เทค) ติดโผอยู่มาก เป็นเหมือนการจุดพลุสัญญาณว่า นี่คือการเริ่มต้นของกระแสอินชัวร์เทค

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ในอาณาจักรเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) นั้น เราจะเห็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันเริ่มเปิดตัวกันมากขึ้นในประเทศไทยตลอดปี 2560 โดยเฉพาะในเวทีการประกวดเฟ้นหาบริษัทเกิดใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยี (สตาร์ทอัพ) ที่หน่วยงานกำกับด้านการเงินจัดขึ้น ก็จะมีกลุ่มสตาร์ทอัพที่ทำเทคโนโลยีประกัน (อินชัวร์เทค) ติดโผอยู่มาก เป็นเหมือนการจุดพลุสัญญาณว่า นี่คือการเริ่มต้นของกระแสอินชัวร์เทค

ตัวอย่างอินชัวร์เทคที่เกิดแล้วในไทย เช่น นวัตกรรมการทำประกันภัยรถยนต์แบบอิงกลุ่ม คือ ให้คนที่ทำประกันกลุ่มหนึ่งรวมกลุ่มกันเอง หากตลอดระยะเวลาเอาประกันไม่มีการเคลมประกัน มีคนประวัติดีมาก คนในกลุ่มก็มีโอกาสได้เงินคืนบางส่วน เทคโนโลยีเครื่องตรวจจับพฤติกรรมการขับรถ ที่ไปติดตั้งไว้ในรถเพื่อวัดพฤติกรรมผู้เอาประกัน

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ติดตามตัว เช่น นาฬิกาที่สามารถวัดการเต้นของหัวใจ ตรวจจับการออกกำลังกาย ที่ช่วยประเมินลูกค้าประกันคนนั้นได้ว่าดูแลสุขภาพแค่ไหน หรือมีความเสี่ยงสุขภาพแค่ไหน รวมทั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบความคุ้มค่าของกรมธรรม์ง่ายขึ้น และเทคโนโลยีให้ลูกค้าเคลมประกันได้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะนำไปสู่การวิเคราะห์ลูกค้าในเชิงลึก ช่วยให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกมา

ชูพรรณ โกวานิชย์ รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันภัย มองแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมด้านธุรกิจประกันในปี 2561 ว่า ยังไม่น่าจะมีนวัตกรรมอะไรที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากจากปี 2560 เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มที่พัฒนานวัตกรรมยังมีเพียงกลุ่มผู้นำการขับเคลื่อน (เฟิสต์มูฟเวอร์) แต่ยังมีผู้พัฒนาตามไม่มาก

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าประกันเพื่อรับกับนวัตกรรมใหม่ๆ จะทำได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับลูกค้าที่ใช้บริการสถาบันการเงิน เนื่องจากธุรกิจประกันจะมีความซับซ้อนมากกว่า มีเรื่องกฎหมาย กรมธรรม์เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น นวัตกรรมที่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับ ตรวจวัดเข้ามาเกี่ยวข้องในการประเมินพฤติกรรมของผู้เอาประกันภัย

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในตลาดที่เริ่มทดลองใช้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมาก ส่วนหนึ่งเพราะการจะนำอุปกรณ์เหล่านี้ให้ลูกค้าทดลองใช้ ลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเองทดลองแล้วต้องได้ประโยชน์อะไรก่อน จึงจะยอมทดลอง

ขณะที่เทคโนโลยีด้านธุรกิจประกันที่กลุ่มบริษัทประกันกำลังมองหา หลักๆ ได้แก่ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับด้านการขาย ซึ่งปัจจุบันก็มีผู้พัฒนานวัตกรรมที่ทำให้ลูกค้าเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้ ง่ายขึ้น ซื้อได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกลูกค้า เช่น การเคลมประกันให้ทำได้อัตโนมัติผ่านโทรศัพท์มือถือ ในส่วนนี้เมืองไทยประกันภัย ได้ทำ แอพพลิเคชั่น เมืองไทย เคลมดิไปแล้ว เพื่อให้ลูกค้าแจ้งอุบัติเหตุ บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน แจ้งทำเคลมไม่มีคู่กรณี แจ้งตรวจสภาพรถก่อนรับประกันได้ผ่านแอพพลิเคชั่น

ธนศักดิ์ ฮุ่นตระกูล ผู้จัดการประเทศไทย บริษัท อินซ์บี ผู้ดำเนินธุรกิจนวัตกรรมประกันภัยรถแบบรวมกลุ่มคนขับ (เพียร์-ทู-เพียร์ คาร์ อินชัวรันส์) ซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์ กล่าวว่า แม้จะมีสตาร์ทอัพที่ทำเกี่ยวกับ อินชัวร์เทคขึ้นมามาก แต่สำหรับในไทยแล้ว สตาร์ทอัพเหล่านี้ก็คงไม่ได้ลุกขึ้นมาตั้งตัวแข่งขันกับบริษัทประกันที่มีอยู่เดิมในตลาด เพราะทุนไม่ได้มาก ดังนั้นน่าจะเห็นกลุ่มที่ทำอินชัวร์เทค เข้าไปร่วมมือกับบริษัทประกันดั้งเดิมมากกว่า

"อินชัวร์เทคในเอเชียคงจะตั้งตัวเป็นบริษัทประกันเองลำบาก ยกเว้นในจีนที่มีเงินทุนมากสามารถทำได้ โดยในไทย ก็คงต้องหาแนวทางว่าจะแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าของบริษัทประกันได้บ้าง แล้วใช้วิธีการไปร่วมมือกับบริษัทประกัน ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจอยู่แล้ว" ธนศักดิ์ กล่าว

ธนศักดิ์ มองว่า ที่ผ่านมาจะได้เห็นการจัดทำเทคโนโลยีที่ใช้เป็น เครื่องวัดหลายอย่าง เช่น เครื่องวัดการเต้นของหัวใจ หรือเครื่องประเมินพฤติกรรมการขับรถของลูกค้า ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต่างประเทศใช้แล้วประสบความสำเร็จ ส่วนในไทย หากจะประสบความสำเร็จจากการนำเทคโนโลยีกลุ่มนี้มาใช้ ก่อนอื่นคงต้องสร้างความชัดเจนให้ลูกค้าก่อนว่า ลูกค้าจะได้ประโยชน์อะไร เพราะการบอกให้ลูกค้าให้ข้อมูลกับบริษัทประกันเพิ่มเติมผ่านเครื่องวัด จากเดิมที่ต้องให้ข้อมูลต่างๆ อยู่แล้ว สิ่งแรกที่ลูกค้าจะต้องถามแน่นอนคือ แล้วตัวลูกค้าเองได้อะไร

หากบอกว่าเป็นการเก็บข้อมูลไปก่อนแล้วค่อยบอกภายหลังว่าจะได้อะไร เทคโนโลยีประเภทนี้จะไม่เกิดในไทยแน่นอน เพราะลูกค้าจะไม่ยอมปล่อยข้อมูลของตัวเองให้ก่อนจนกว่าจะแน่ใจเรื่องสิ่งที่จะได้รับ

คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมีเทคโนโลยีประกันคลื่นลูกใหม่อะไรเกิดขึ้นบ้างในปี 2561 ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเทคโนโลยีเดิมที่เคยถูกพัฒนาออกมาให้เห็นแล้วช่วงปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มรูปแบบการทำงานใหม่ๆ เข้าไป แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกลกว่านั้น เพราะหากมีสตาร์ทอัพที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงขึ้น และมีบริษัทประกันที่อยู่ในวงการมานานเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วยมาช่วยให้คำแนะนำถึงความต้องการที่แท้จริง ก็จะสร้างโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมได้ดียิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล