posttoday
‘เอไอเอ’ กางแผนปี’61 โตทุกช่องทาง

‘เอไอเอ’ กางแผนปี’61 โตทุกช่องทาง

03 มกราคม 2561

วารุณี อินวันนาปี 2561 เป็นปีที่บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย ออกตัวแรง พร้อมกางแผนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ดันยอดขายทุกช่องทางให้โตอย่างมีนัยสำคัญ ฉลอง 80 ปีผู้นำตลาดประกันชีวิตในไทย

วารุณี อินวันนา

ปี 2561 เป็นปีที่บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย ออกตัวแรง พร้อมกางแผนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ดันยอดขายทุกช่องทางให้โตอย่างมีนัยสำคัญ ฉลอง 80 ปีผู้นำตลาดประกันชีวิตในไทย

บิล ไลส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาค กลุ่มบริษัท เอไอเอ กล่าวว่า ตลาดประกันชีวิตประเทศไทยเป็นตลาดที่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ จาก 6 ประเทศที่รับผิดชอบ ได้แก่ เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ศรีลังกา และไทย เพราะมีความท้าทายจากการที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการเลือกซื้อประกันชีวิตที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ และสัดส่วนของผู้ถือกรมธรรม์ยังน้อย จึงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก

"โดยเฉพาะปีนี้จะเป็นปีที่เราจะฉลอง 80 ปีในไทย จึงเป็นปีที่น่า ตื่นเต้นมากกับการเติบโตในตลาดแห่งนี้ ซึ่งการที่เอไอเอเติบโตมาเป็นบริษัทชั้นนำในไทยได้อย่างมั่นคง ก็มีตัวแทนอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เป็นช่องทางที่ทางบริษัทจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการพัฒนาความรู้ การเงิน เทคโนโลยีใหม่ๆ และเป็นฐานการพัฒนาตัวแทนที่มีมาตร ฐานเทียบเท่าสากล" ไลส์ กล่าว

ขณะที่ ตัน ฮาค เลห์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2561 บริษัทได้วางแผนกลยุทธ์การเติบโตทุกช่องทาง เพื่อฉลองครบรอบ 80 ปี ซึ่งได้เตรียมกิจกรรมพิเศษ และกิจกรรมทางการตลาดที่จะให้ลูกค้าและตัวแทนได้มีส่วนร่วมทำให้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่

ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางตัวแทนอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้วางไว้ให้เป็นปีแห่งการสร้างตัวแทนเอไอเอ เอฟเอ หรือที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน จะทำให้จำนวนเอฟเอของบริษัทเพิ่มขึ้นอีกมาก จากปัจจุบันที่มีอยู่ 7,000 คน และจะเปิดศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินให้ครบ 15 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันมี 9 แห่ง เพื่อสรรหาคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงินเต็มเวลา โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ และมีโฆษณา 6 ชุดเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนเพื่อกระจายสินค้าความคุ้มครอง การออม ไปสู่ลูกค้าคนไทยให้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา

ฮาค เลห์ กล่าวว่า นอกจากศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินแล้ว บริษัทยังมีสำนักงานตัวแทนทั่วประเทศถึง 500 แห่ง ที่ได้ส่งมอบกรมธรรม์ให้ลูกค้าทั่วประเทศแล้ว 5.5 ล้านราย และลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีความคุ้มครองไม่พอยังมีอีกมาก จึงเป็นงานที่ตัวแทนจะเสนอความคุ้มครองเพิ่มเพื่อให้มีหลักประกันที่เพียงพอกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคน และส่งมอบความคุ้มครองให้ลูกค้าใหม่ด้วย

สำหรับการทำตลาดนั้น การเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ทำให้สามารถบริการลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้มีการแยกกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ง่ายต่อการเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการ เช่น ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวสินค้าที่ให้บริการลูกค้ากลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง หรือไฮเน็ตเวิร์ท ทุนประกันขั้นต่ำ 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อวางแผนทางการเงินให้ส่งต่อมรดกให้กับทายาทรุ่นต่อไปอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังทำตลาดลูกค้าทั่วไปซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของบริษัทที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานตัวแทนและตัวแทน ที่มั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้อีกจากการที่คนไทยมีประกันชีวิตเพียง 40% เท่านั้น

"ในภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันชีวิต ปีนี้เราคาดว่าจะมีสัดส่วนผู้ถือกรมธรรม์เพิ่มขึ้นประมาณ 15% รวมเป็น 55% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% การที่เราเป็นบริษัทใหญ่ และมีตัวแทนคุณภาพ จะทำให้เราทำตลาดในส่วนของ 15% ที่จะเพิ่มขึ้นได้อันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรม" ฮาค เลห์ กล่าว

นอกจากนี้ ฮาค เลห์ ยังเชื่อมั่นว่าในมุมของเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี 2561 บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทก็มีการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมทั้งระบบเช่นกัน

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) ประมาณการว่าเบี้ยประกันชีวิตทั้งระบบปี 2561 จะเติบโต 7.8%

ฮาค เลห์ กล่าวว่า ปี 2561 บริษัทมีพันธมิตรธนาคารกรุงเทพเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ราย สัญญาการขายประกันผ่านธนาคารเป็นเวลา 15 ปี คาดว่าจะเริ่มได้เร็วๆ นี้ จะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีทางเลือกและเข้าถึงความคุ้มครองระยะยาวที่มีคุณภาพ ซึ่งอย่างน้อยกรมธรรม์จะมีสัญญา 15 ปีขึ้นไป นอกเหนือจากพันธมิตรธนาคารที่มีในปัจจุบันประกอบด้วย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารทิสโก้ และธนาคารซิตี้แบงก์ ที่ยังคงทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ ปีนี้ยอดขายผ่านธนาคารเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับในอดีตที่ยอดขายผ่านช่องทางนี้ยังมีน้อย

สำหรับ 11 เดือนแรกปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย มีเบี้ยรับรวม 1.11 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% แยกเป็นเบี้ยปีแรก 1.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เบี้ยต่ออายุ 8.75 หมื่นล้านบาท อัตราการต่ออายุลูกค้าเก่า 86% เบี้ยชำระครั้งเดียว 6,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท