
กำไรที่ต้องแบ่งปัน
วิฑูรย์ สิมะโชคดี (ใส่ภาพประกอบร้านกาแฟสตาร์บัค)
วิฑูรย์ สิมะโชคดี
(ใส่ภาพประกอบร้านกาแฟสตาร์บัค)
ทุกวันนี้ CSR (Corporate Social Responsibility) หรือ "ความรับผิดชอบต่อสังคม" กลายเป็นคัมภีร์ที่องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรม (ขนาดใหญ่) ต้องมีต้องแสดงให้สังคมได้รู้เห็น ดังเช่น การปลูกป่า การสร้างฝายน้ำล้น การทำความสะอาดชุมชน การสร้างห้องสมุด การแจกผ้าห่ม การให้ทุน เป็นต้น รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่องค์กรทำให้แก่ชุมชนและสังคมส่วนรวม
หลายปีมานี้ธุรกิจร้านกาแฟได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกโดยเฉพาะคนไทย ซึ่งปัจจุบันนิยมเปิดร้านกาแฟยี่ห้อต่างๆ ในห้างสรรพสินค้าและทั่วทุกมุมเมือง
ผู้ที่จุดประกายความตื่นตัวเรื่องร้านกาแฟในกระแสโลกาภิวัตน์ ก็คือ "Starbucks" ร้าน Starbucks เกิดจากผู้ก่อตั้งสามคนที่มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอสินค้าและบริการที่นำบรรยากาศแห่งความหอมกรุ่นของกาแฟและพลังแห่งความอบอุ่น เป็นกันเองแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบในร้านให้กับลูกค้าหรือผู้รับบริการ
ความสำเร็จของพวกเขามิได้เกิดจากคุณภาพของสินค้าและบริการเท่านั้น ยังรวมไปถึงการสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับลูกค้าและบุคคลต่างๆ ทุกระดับได้พบปะสังสรรค์ หรือนั่งทำงานและเจรจาธุรกิจ พร้อมๆ กับนั่งจิบกาแฟถ้วยโปรดไปด้วย และเมื่อนักธุรกิจที่มากประสบการณ์ เช่น Schultz ได้พบและร่วมงานกับผู้ก่อตั้ง Starbucks เพื่อนำเสนอร้านกาแฟและบริการนี้ในยุคโลกาภิวัตน์ที่มิได้มุ่งเฉพาะการสร้างกำไรจากร้านกาแฟเท่านั้น แต่กลับเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมด้วยบริการที่สร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ร้านกาแฟและสังคมท้องถิ่น จนเป็นที่รู้จักและยอมรับระดับโลก
ความสำเร็จของธุรกิจร้านกาแฟนี้จึงไม่ใช่ความสำเร็จในการสร้างแบรนด์สินค้าเพื่อทำกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จในการส่งมอบความปรารถนาในการแบ่งปันที่ไม่เอาเปรียบลูกค้าของผู้ก่อตั้งสู่ลูกค้าทั่วโลกอย่างชัดเจน
คุณค่าของผลิตภัณฑ์และบริการของร้าน Starbucks ที่ต้องการส่งมอบให้กับลูกค้า จึงเป็นความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการทุกคนควรจะต้องมีความชัดเจนก่อนเริ่มทำผลิตภัณฑ์นั้นๆ ด้วยซ้ำไป
ความชัดเจนที่ว่านี้ จึงต้องเริ่มด้วยการกำหนด "วิสัยทัศน์" (Vision) อันเป็นภาพอนาคตขององค์กรที่ผู้ก่อตั้งกิจการและผู้บริหารต้องการเห็น รวมตลอดถึงการระบุข้อความพันธกิจ (Mission Statement) และนโยบาย (Policy) ที่แสดงให้เห็นถึงกรอบแนวทางการตัดสินใจและการดำเนินงาน และการกำหนดเป้าหมายหรือคุณค่าหลัก (Core Values) ขององค์กรที่สร้างผลิตภัณฑ์และให้บริการนั้นๆ ซึ่งรวมอยู่ใน "แผนกลยุทธ์" (Strategic Plan) ขององค์กร
"วิสัยทัศน์" หรือการมองการณ์ไกล (เพื่อไปให้ถึง) นั้น มักจะขึ้นอยู่กับทัศนคติ โลกทัศน์ ตลอดจนจินตนาการของผู้นำองค์กร ดังนั้นหากเราสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายของธุรกิจอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมุ่งหวังในผลกำไร พร้อมกับการส่งมอบคุณค่าของกิจการให้แก่ลูกค้าและแบ่งปันให้สังคม ก็จะทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมของเราได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาและเติบโตของกิจการต่อๆ ไป
ดังนั้น ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มี "กำไร" ก็ต้องเป็นกำไรที่ผู้คน "ยอมรับได้" โดยรับรู้ถึง CSR และการแบ่งปันขององค์กรด้วย คือ ไม่ใช่เอาแต่ได้ ครับผม!







