posttoday
CLMV 2561

CLMV 2561

03 มกราคม 2561

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยOECD ได้ออกรายงานวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอาเซียน รวมทั้งจีนและอินเดียว่า ปี 2561 เป็นอีกปีที่ประเทศในกลุ่ม CLMV จะมีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในบรรดา 10 ประเทศอาเซียน จาก 5 ปัจจัยหลัก คือ ความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เม็ดเงิน FDI เข้ามา การท่องเที่ยว และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของ CLMV และหากมองย้อนกลับไปในปี 2560 พบว่า ใน CLMV ด้วยกัน เมียนมามีอัตราการขยายตัวสูงสุด 7.2% ตามด้วยกัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม ตามลำดับ

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

OECD ได้ออกรายงานวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอาเซียน รวมทั้งจีนและอินเดียว่า ปี 2561 เป็นอีกปีที่ประเทศในกลุ่ม CLMV จะมีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดในบรรดา 10 ประเทศอาเซียน จาก 5 ปัจจัยหลัก คือ ความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เม็ดเงิน FDI เข้ามา การท่องเที่ยว และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของ CLMV และหากมองย้อนกลับไปในปี 2560 พบว่า ใน CLMV ด้วยกัน เมียนมามีอัตราการขยายตัวสูงสุด 7.2% ตามด้วยกัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม ตามลำดับ

ในปี 2561 เมียนมายังคงมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงสุดอีกเช่นเคย และ 3 ประเทศตามหลังก็ยังคงเหมือนเดิม ขณะที่ประเทศอาเซียนเก่าในปี 2560 ประเทศฟิลิปปินส์มีอัตราขยายตัวสูงที่สุด 6.6% ตามด้วยมาเลเซีย ส่วนประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวในอันดับที่ 8 ก่อนหน้าสิงคโปร์และบรูไน และในปีนี้ลำดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนเก่าก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งโดยรวมแล้วในปี 2560 โตเฉลี่ย 5.1% และ 5.2% ในปี 2561

เมื่อมาพิจารณาถึงปัจจัยทั้ง 5 ข้างต้นที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวของ CLMV "ความต้องการบริโภคภายใน" ที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากรายได้ต่อหัวของ CLMV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วสัดส่วนของการบริโภคต่อจีดีพีของ CLMV มากกว่า 70% ของจีดีพี การปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้การบริโภคของ CLMV ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและความงาม ตามด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อบันเทิงและอุปกรณ์สื่อสาร

"ศักยภาพการส่งออกของ CLMV" ในปี 2558 ส่วนแบ่งตลาดของ CLMV ในตลาดโลกมีเพียง 0.4% แต่ในปี 2561 สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 2% ของมูลค่าการค้า เพิ่มจาก 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 5 แสนล้านดอลลาร์ ที่น่าสนใจคือ มูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เป็นการค้ากับนอกอาเซียน เพราะ CLMV ได้รับ GSP รวมทั้งตลาดนอกอาเซียนจะมีกำลังซื้อมากกว่าตลาดในอาเซียน ตามด้วยการมี FDI จากประเทศแม่เข้ามาลงทุน FDI ที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่มาจากจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศแถบยุโรปเป็นกลุ่มประเทศที่ CLMV ทำการค้าขายมากที่สุด "ตัวเลข FDI ขยายตัวต่อเนื่อง" ตั้งแต่ปี 2555-2559 ของ CLMV เพิ่มจาก 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็น 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 63% โดย FDI ของเวียดนามคิดเป็นสัดส่วน 60% ตามด้วยเมียนมา 15% กัมพูชาและลาว ตามลำดับ และปี 2561 FDI ของเวียดนามน่าจะมากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ปี 2560 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยนักลงทุนจีนและอาเซียนจะเป็นนักลงทุนหลักในกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า นอกจากนั้นก็เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โครงสร้างพื้นฐาน และการเงิน

สำหรับ สปป.ลาว ส่วนใหญ่ 60% เป็นนักลงทุนจากจีนที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งในอีก 5 ข้างหน้า จะมีการลงทุนผลิตไฟฟ้าในลาวอีก 3,875 เมกะวัตต์ มีทั้งร่วมทุนกับจีน นอร์เวย์ ไทย มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ส่วนเมียนมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บทบาทนักลงทุนจีนลดลงกลายเป็นนักลงทุนอาเซียน ญี่ปุ่นและยุโรปเข้ามาแทนที่ สำหรับเวียดนามนั้น นักลงทุนหลักยังเป็นเกาหลีใต้ ตามด้วยนักลงทุนจากอาเซียน

"จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น" สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไป CLMV คิดเป็น 20% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 2561 คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในอาเซียนทั้งหมด 145-150 ล้านคน โดยเข้ามาใน CLMV 28 ล้านคน มีอัตราการขยายตัว 15% สูงกว่าของอาเซียนที่ขยายตัวเพียง 8% โดยจุดขายของ CLMV คือการขายวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ปัจจัยสุดท้ายคือ "การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน" ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีการลงทุนเป็นสัดส่วน 6% ต่อจีดีพี เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน มีหลายโครงการที่ลงทุนในปีนี้ และอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งรางรถไฟ ท่าเรือและถนน โดยสิ่งที่จะเห็นชัดเจนในปีนี้คือการมีรถไฟใต้ดินที่เรียกว่า "Metro Line" สาย Cat Linh-Ha Dong Metro Line ในฮานอย ระยะทาง 13 กม. ส่วนในโฮจิมินห์เส้นตลาด Ben Thanh-Suoi Tien Water Park ระยะทาง 19.7 กม. เปิดบริการในปี 2563 เป็นเส้นใต้ดิน 2.6 กม. และยกระดับ 17.1 กม.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท