posttoday
กรอบเงินเฟ้อ’61 เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ

กรอบเงินเฟ้อ’61 เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ

03 มกราคม 2561

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงกระทรวงพาณิชย์ประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อปี 2560 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.66% สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 4%

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

กระทรวงพาณิชย์ประกาศดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อปี 2560 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.66% สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 4%

เงินเฟ้อที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนว่ากำลังซื้อของประเทศดีขึ้น แต่ยังไม่มาก เพราะกลุ่มอาหารโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรที่เป็นกลุ่มใหญ่ยังมีราคาลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการผลกระทบดังกล่าว

สำหรับเงินเฟ้อปี 2561 ทางกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.6-1.6% โดยมีความเป็นไปได้ที่เงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับใกล้ 1% มากที่สุด ภายใต้สมมติฐานการขยายตัวเศรษฐกิจอยู่ที่ 3.5-4% ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33-35 บาท/ดอลลาร์

จากการประเมินอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์จะเห็นว่ายังห่างจากกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเป้าหมายของนโยบายการเงินประจำปี 2561 ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มี ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสรุปให้เป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 อยู่ที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือคิดเป็นช่วงคือ เป้าหมายเงินเฟ้ออยู่ที่ 1-4%

เมื่อเทียบประมาณการเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ และกรอบ เป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท. มีความเสี่ยงอย่างมากที่เงินเฟ้อจะหลุดจากกรอบล่างคือ ต่ำกว่า 1% ซึ่งจะเป็นปัญหาว่านโยบายการเงินของประเทศไม่สามารถช่วยสนับสนุนให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพ

หากย้อนไปดูอดีตพบว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท.หลุดจากกรอบ เป้าหมาย 1.4% มาเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ปี 2558 เงินเฟ้อติดลบ 0.9% ต่อมาปี 2559 เงินเฟ้อขยายตัว 0.19% และปี 2560 เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.66%

ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 จึงเป็นประเด็นร้อนที่มีการหารืออย่างมากระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท. ก่อนที่จะส่งเรื่องให้ ครม.เห็นชอบ เพราะกระทรวงการคลังต้องการให้ ธปท.กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อสามารถทำได้จริง และหากเห็นว่าเงินเฟ้อจะ ไม่อยู่ในกรอบ ธปท.ก็ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอัตราดอกเบี้ย การบริหารอัตราแลกเปลี่ยน และการกำหนดปริมาณเงินในระบบ ให้เงินเฟ้อเข้ามาอยู่ในกรอบเพื่อจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่กระทรวงการคลังต้องการ 4-5%

สำหรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2560 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังกลายเป็นประเด็นร้อนของคลังกับ ธปท. โดยคลังต้องการให้ ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คงไว้ 1.5% ลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการไหลเข้าของเงินต่างประเทศจนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทาง ธปท.ออกมายืนยันทันทีว่าไม่ลดดอกเบี้ยเพราะถือเป็นระดับที่เหมาะสม

ขณะที่กระทรวงการคลังพยายามชี้ให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดที่แท้จริง เพราะมีอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารให้กับผู้ที่มาฝากเงิน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินฝากที่ได้จากประชาชนไปฝากกินดอกเบี้ยกับ ธปท. เป็นจำนวนเงินสูงถึง 3 ล้านล้านบาท ทำให้ ธปท.ต้องเสียดอกเบี้ยโดย ไม่จำเป็นปีละหลายหมื่นล้านบาท

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมาระบุช่วงปลายปี 2560 ว่า กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นกรอบชี้นำว่าเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเงินเฟ้อสูงแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจร้อนแรง ธปท.ก็ต้องดูแลโดยการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอเศรษฐกิจ ในบางช่วงเงินเฟ้อต่ำไปก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ไม่ถึงศักยภาพ ธปท.ก็ต้องหาทางทำทุก วิธีการและทุกเครื่องมือที่มี ทั้งดอกเบี้ย ปริมาณเงิน หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพ

ดังนั้น การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 จึงมีความเข้มข้นมากกว่าทุกปี เพราะ ธปท.ให้ความเห็นว่ากรอบเป้าหมายเงินปี 2561 จะเข้าสู่กรอบได้ในช่วงกลางปีไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นว่าช้าเกินไป และมีความเสี่ยงว่าทั้งปีเงินเฟ้อจะต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนในการประชุม กนง.ล่าสุด ที่ยังให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ 1.5% แต่มีกรรมการ บางท่านเสนอให้มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นกังวลอย่างมากกับแนวคิดดังกล่าว เพราะการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อต่ำติดดิน และเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จะทำความพยายามแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมาพังลงทันที เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดหัวทิ่มลงทันที

เมื่อเป็นเช่นนี้ ในข้อตกลงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่กระทรวงการคลังทำไว้กับ ธปท. จึงมีการให้เขียนข้อความที่รัดกุมชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ไม่ว่าจะเป็นกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 กนง.จะต้องดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบมีความยืดหยุ่นให้ความสำคัญทั้งด้านเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดย กนง.จะต้องใช้เครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงินสนับสนุนให้ระดับเงินเฟ้อและ เป้าหมายการขยายตัวเศรษฐกิจโตอย่างเต็มศักยภาพยั่งยืน

ที่สำคัญหากเงินเฟ้อที่กำหนดไว้จะหลุดจากกรอบเป้าหมาย ทาง ธปท.จะต้องทำรายงานถึง รมว.คลัง โดยจะต้องชี้แจงสาเหตุนโยบายการเงินที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่เป้าหมายและแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้คลังและ ธปท.จะหารือร่วมกันเป็นประจำ และกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังไปในทิศทางเดียวกันและสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

จากข้อตกลงของคลังและ ธปท.ดังกล่าว จะเห็นว่าคลังให้ความสำคัญการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.อย่างมาก เพื่อสนับสนุนให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทยได้เพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลตั้งความหวังกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2561 ไว้มาก มีการประเมินกันว่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4% และหากเอกชนลงทุนเพิ่มและนโยบายการเงินของ ธปท.สนับสนุนการลงทุนการบริโภคของประเทศ ก็สามารถทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวถึง 5% ได้

ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงปิดความเสี่ยงมัด ธปท.ไว้ไม่ให้ทำให้เงินเฟ้อหลุดจากกรอบเหมือน 3 ปีที่ผ่านมาอีก เพราะหาก ธปท.ยังบริหารเงินเฟ้อหลุดกรอบก็จะเป็นปัจจัยลบฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท