
บาทแข็งทุบสถิติ3ปี
รองนายกรัฐมนตรียันไม่แทรกแซงค่าเงินบาท คุยต่างชาติแห่ลงทุน แนะผู้ประกอบการควรป้องกันความเสี่ยงเอง
รองนายกรัฐมนตรียันไม่แทรกแซงค่าเงินบาท คุยต่างชาติแห่ลงทุน แนะผู้ประกอบการควรป้องกันความเสี่ยงเอง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวโน้มเงินบาท แข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับประเทศในภูมิภาค เพราะเงินทุนไหลเข้าจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้น ซึ่งไม่ได้มีการแทรกแซงค่าเงิน เพราะค่าเงินแข็งค่ามาจากความเชื่อมั่นพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ทำให้ต่างชาติมั่นใจเข้ามาลงทุน รวมถึงมีเงินลงทุนในตลาดหุ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีควรทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้มากขึ้น ไม่สามารถรอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลค่าเงินให้ได้เหมือนในอดีต
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าจากพื้นฐานเศรษฐกิจเข้มแข็ง เพราะเงินทุนไหลเข้า ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จับตาดูแลอย่างใกล้ชิด จึงไม่น่าเป็นห่วง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีเข้าใกล้ระดับ 32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 3 ปี สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากค่าเงินยังมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของหลายๆ ปัจจัยในต่างประเทศ เช่น ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น และสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงปัจจัยการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังสูงอยู่ด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการส่งออกควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
น.ส.รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารกลุ่มวิจัยและวิเคราะห์ตลาดการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าสุดที่ 32.24 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่ามากสุดในรอบ 38 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเงินทุนไหลเข้ามาในตลาด หุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่องด้วย
สำหรับค่าเงินในภูมิภาคตั้งแต่ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 ถึงปัจจุบัน พบว่าค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียแข็งค่า 1.1% เงินบาทไทย 1% ริงกิตมาเลเซีย 0.9% วอนเกาหลีใต้ 0.8% ดอลลาร์สิงคโปร์ 0.5% หยวนจีน 0.1% ทั้งนี้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ส่งสัญญาณจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน







