
ชฎากร ธนสุวรรณเกษม ‘เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ’
เรื่อง วราภรณ์ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดีนิ-ชฎากร ธนสุวรรณเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัท AVG Thailand พบเจอสัจธรรมชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย มาแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นในปีเดียวกันเมื่อ 9 ปีที่แล้ว คือเธอได้สูญเสียคุณพ่อและคุณแม่สุดที่รักในเวลาไล่เลี่ยกัน
เรื่อง วราภรณ์ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
นิ-ชฎากร ธนสุวรรณเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัท AVG Thailand พบเจอสัจธรรมชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย มาแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นในปีเดียวกันเมื่อ 9 ปีที่แล้ว คือเธอได้สูญเสียคุณพ่อและคุณแม่สุดที่รักในเวลาไล่เลี่ยกัน
เรียกว่าเป็นปีที่ความเศร้ามาเยือนอย่างหนักหน่วง แต่ด้วยสติและคำสอนจากหลักธรรมะทั้งศีล 5 และพรหมวิหาร 4 ทำให้เธอสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์มาได้
"แม้นิจะเรียนโรงเรียนคริสเตียนมาโดยตลอด แต่ ที่บ้านนับถือพระพุทธศาสนานะคะ แต่ด้วยยังเด็กยังไม่ได้สนใจธรรมะอย่างจริงจัง แต่มาจริงจังกับธรรมะเมื่อ 9 ปีที่แล้วที่ได้สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยเป็น ลูกคนเดียวนิทำอะไรไม่ถูก
คุณพ่อเสียตอนท่านอายุ 60 ปี ต่อมาสิ้นปีคุณแม่เสียด้วยโรคมะเร็ง ตอนนั้นกำลังคลอดลูกสาวคนที่ 2 พอดี ทำให้นิเข้าใจสัจธรรมชีวิตเลยก็คือ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ประกอบกับนิอายุย่างเข้าสามสิบกว่าๆ ทำให้มุมมองความคิดนิเริ่มเปลี่ยนไป
เพราะช่วงนั้นรู้สึกว่าชีวิตเศร้ามาก และไม่สามารถพูดคุยกับใครได้เข้าใจ จึงเริ่มเข้าหาธรรมะดีกว่า เพราะนิคุยกับตัวเองเราก็ไม่มีประสบการณ์มาสอนตัวเอง เราต้องค้นหาผู้รู้ ผู้รู้ที่ดีที่สุดคือพระพุทธเจ้า"
เมื่อเธอหาแนวทางในการดับทุกข์ตัวเองได้แล้ว ชฎากรเริ่มศึกษาธรรมะอย่างจริงจังจัง ตอนเด็กๆ เธอเคยอ่านนิทานภาษาจีน เป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวจีนครอบครัวหนึ่ง มีผู้เสียชีวิตภายในครอบครัว ทำให้เขาเศร้ามาก เขาไปหาพระพุทธเจ้าเพื่อให้ชุบชีวิตคนในครอบครัวของเขาขึ้นมาใหม่
แล้วพระพุทธเจ้าก็ให้เขาออกไปเสาะแสวงหาเมล็ดพันธุ์จากครอบครัวที่ไม่เคยมีคนตาย ปรากฏหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ เลยทำให้เขาเข้าใจว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดา ชฎาพรคิดว่า การอ่านหนังสือธรรมะน่าจะทำให้เธอได้ค้นพบ คำตอบของการผ่านพ้นจากความทุกข์ไปได้
"จากนั้นนิเริ่มศึกษาธรรมะจากการอ่านมากขึ้น โดยศึกษาธรรมจากหนังสือของจีน เล่มที่คัดสรรมาอ่านคือ คำสอนของพระอานนท์ท่านเป็นทั้งศิษย์และพระญาติของพระพุทธเจ้า พระอานนท์ได้เก็บบันทึกข้อมูลคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วเขียนออกมาเป็นหนังสือธรรมะ พระอานนท์ถามพระพุทธเจ้าตอบ ทำให้อ่านแล้วเข้าใจง่าย ใช้สมัยนี้ได้ด้วย เช่น คำสอนเรื่องการครองเรือนการปกครองคนอย่างไร? สำคัญที่สุดคือจิตใจ
ง่ายๆ คือเดินทางสายกลาง อ่านแรกๆ เราไม่ค่อยเก็ต ทำไมไม่ซ้ายก็ซ้ายขวาก็ขวา ทำไมต้องสายกลาง พอนิอายุมากขึ้นการทำงานในทางสายกลางของแต่ละคนแต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกัน แต่เรานำมาปรับใช้กับการทำงานและใช้กับชีวิตประจำวันได้ เราจะใช้มาตรการเดียวกันปกครองลูกน้องไม่ได้ จริงๆ ในการทำงานไม่มีใครถูกหรือผิด ทุกอย่างจะมีทางออกของมัน จะตัดสินใจเราต้องคอนเซิร์นหลายๆ แฟกเตอร์ และเราต้องมีสติ และเราต้องฟัง"
นอกจากการทำงานธรรมะแห่งการครองเรือน ที่พระอานนท์สอนสั่ง เธอก็นำมาใช้ เช่น ศีล 5 กับพรหมวิหาร 4 คือ กรุณา เมตตา มุทิตา อุเบกขา หากยึดได้ตามหลักธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนแล้ว จะทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างแน่นอน โดยเป็นความสุขจากข้างในใจของเราเอง n







