posttoday
ประเทศไทยควรอนุญาตเปิดธุรกิจทรัสต์ (1)

ประเทศไทยควรอนุญาตเปิดธุรกิจทรัสต์ (1)

02 มกราคม 2561

สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ทรัสต์ (Trust) เป็นรูปแบบการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่งซึ่งเป็นที่แพร่หลายในต่างประเทศ โดยมีกำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษเพื่อบริหารทรัพย์สินในครอบครัว และมรดกของขุนนางที่ต้องการรักษาทรัพย์สินของตนไว้ในครอบครัวไม่ให้เปลี่ยนมือสู่คนภายนอกแม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ในเวลาต่อมาจึงได้มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ และได้รับความนิยมแพร่หลายจนพัฒนามาถึงในปัจจุบัน

สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย

ทรัสต์ (Trust) เป็นรูปแบบการจัดการทรัพย์สินอย่างหนึ่งซึ่งเป็นที่แพร่หลายในต่างประเทศ โดยมีกำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษเพื่อบริหารทรัพย์สินในครอบครัว และมรดกของขุนนางที่ต้องการรักษาทรัพย์สินของตนไว้ในครอบครัวไม่ให้เปลี่ยนมือสู่คนภายนอกแม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว ในเวลาต่อมาจึงได้มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ และได้รับความนิยมแพร่หลายจนพัฒนามาถึงในปัจจุบัน

ตัวอย่างของทรัสต์ที่มีการจัดตั้งด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น ทรัสต์เพื่อปกป้องทรัพย์สิน ทรัสต์เพื่อการลงทุน ทรัสต์เพื่อการค้าและการพาณิชย์ ทรัสต์ครอบครัว ทรัพย์เพื่อสาธารณกุศล ทรัสต์เพื่อการเยียวยาทางกฎหมาย เป็นต้น ทรัสต์ในความหมายทางกฎหมาย หมายถึงนิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ 1 อันเกิดขึ้นจากสัญญาซึ่งบุคคลที่เรียกว่า ผู้ก่อตั้งทรัสต์ (Settlor) ได้โอนหรือก่อทรัพย์สิทธิ หรือสิทธิใดๆ ในทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า ทรัสตี (Trustee) ด้วยความไว้วางใจให้ทรัสตีจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งที่เรียกว่า ผู้รับประโยชน์ (Beneficiary)

ทั้งนี้ หนี้สินและความรับผิดที่เกิดจากการจัดการตามสัญญาก่อตั้งจะรวมเรียกว่า กองทรัสต์ กล่าวได้ว่า ทรัสต์มีโครงสร้างพื้นฐานอยู่บน ความสัมพันธ์ของบุคคล 3 ฝ่ายดังกล่าวบนหลักความซื่อสัตย์ไว้วางใจกัน ทั้งนี้ประเด็นที่น่าสนใจของการก่อตั้งทรัสต์ได้แก่ ความคงอยู่ของทรัสต์จะแยกออกจากบุคคลทั้ง 3 ที่กล่าวมาข้างต้น หมายถึง หากบุคคลเหล่านั้นเสียชีวิต ล้มละลาย เลิกกิจการ หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ทรัสต์ยังคงอยู่ เว้นแต่สัญญาก่อตั้ง ทรัสต์จะระบุอย่างอื่น

ทรัสต์เป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างยั่งยืน และมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมหลายด้าน

จากการพิจารณาข้อมูลในรายงาน World Wealth Report 2558 โดย Capgemini พบว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดและมีประชากรกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง (High net worth individual, HNWI) 2 มากที่สุดในปี 2558 ซึ่งกลุ่ม HNWI ย่อมแสวงหารูปแบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของตนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ทรัสต์เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการทรัพย์สินให้สืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน และสร้างความมั่นคงทางการเงิน การจัดตั้งทรัสต์ทำให้เกิดการรวบรวมทรัพย์สินอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อนำมาวางแผนในการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมและให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มพูนขึ้น

โดยทรัสตีซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางการเงินตามคุณสมบัติที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด อันจะช่วยให้กลไกในการส่งต่อทรัพย์สินให้กับผู้รับผลประโยชน์รุ่นต่อๆ ไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดความมั่นคงทางการเงิน

จากรายงาน The Deloitte Wealth Centre Ranking 2558 โดย Deloitte พบว่า 10 อันดับแรกที่เป็นศูนย์กลางทาง Wealth Management ของโลกล้วนแต่มีการนำระบบทรัสต์มาใช้ ทั้งสิ้นในกรณีของประเทศไทย หากมีกฎหมายที่เอื้อให้จัดตั้งทรัสต์เพื่อบริหารทรัพย์สินได้ก็น่าจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยดึงดูดเงินทุนให้ไหลมาสู่ประเทศเพิ่มขึ้นทั้งเงินทุนของนักลงทุน ชาวไทยที่เดิมเคยนำไปลงทุนต่างประเทศและเงินจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังจะเห็นได้ว่ารัฐบาลของหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ ต่างปรับปรุงกฎหมายทรัสต์เพื่อที่จะดึงดูดเงินทุนให้เข้ามาในประเทศของตนมากขึ้น

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้จัดทำโครงการวิจัย "การศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของการจัดตั้งทรัสต์ในประเทศไทย" (โครงการวิจัยฯ) เพื่อศึกษาข้อดีข้อเสีย ของการจัดการทรัพย์สินด้วยการจัดตั้งทรัสต์ รวมถึงข้อเสนอแนะใน การนำกฎหมายลักษณะทรัสต์มาใช้เป็นการทั่วไป ในการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทรัสต์ในต่างประเทศพบว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุน นำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญหลายด้าน ขณะที่ทรัสต์ เพื่อสาธารณกุศลสามารถเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยสรุปดังนี้

ทรัสต์เป็นเครื่องมือระดมเงินทุน

สำหรับการพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการ ที่มีศักยภาพในเชิงธุรกิจและต้องการเงินทุนเพิ่มเติม อาจใช้ทรัสต์ เป็นเครื่องมือในการระดมเงินทุนจากนักลงทุนในตลาดทุนแทนที่จะพึ่งพาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และนำเงินที่ได้รับมาไปใช้จ่ายในโครงการลงทุนต่อ ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีในแง่ของการจ้างงานและการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ใช้แรงงาน

ทั้งนี้ จากการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและ ทางอ้อมของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดของ REITs ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย EY (2016) 3 คาดว่า REITs ช่วยสร้างงานจำนวน 1.8 ล้านตำแหน่งงาน (เทียบเท่าจำนวนคนทำงานเต็มเวลา) และสร้างรายได้แก่ผู้ใช้แรงงานประมาณ 1.075 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2557 สำหรับผลกระทบทาง เศรษฐกิจของ REITs ในประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน การจัดตั้งทรัสต์ในประเทศไทยมีข้อจำกัดด้านวัตถุประสงค์ให้เป็นการระดมทุนเพื่อธุรกรรมในตลาดทุนเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท