posttoday
มาเซราติลุ้น3ปี100คัน

มาเซราติลุ้น3ปี100คัน

02 มกราคม 2561

มาเซราติตั้งเป้า 3 ปี หวังส่วนแบ่งตลาด 8% ชูแผนสร้างการรับรู้แบรนด์และความแตกต่าง หวังดันยอดขาย 100 คัน

มาเซราติตั้งเป้า 3 ปี หวังส่วนแบ่งตลาด 8% ชูแผนสร้างการรับรู้แบรนด์และความแตกต่าง หวังดันยอดขาย 100 คัน

นายปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีไซน์ มอเตอร์เวอร์ค ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์มาเซราติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า 3 ปีจากนี้ (2561-2563) บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดในตลาดรถยนต์กลุ่มลักซ์ชัวรี่จำนวน 8% หรือยอดขายแตะระดับหลัก 100 คัน

ทั้งนี้ ปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว โดยโฟกัส 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ 1.มาเซราติ เลวันเต้ 60% ของยอดขายรวม 2.มาเซราติ กิบลี 25% ของยอดขายรวม และ 3.มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ และมาเซราติ จีที 15% ของยอดขายรวม จากปี 2560 ที่บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 40 คัน แบ่งเป็น 1.มาเซราติ เลวันเต้ 80% ของยอดขายรวม 2.มาเซราติ กิบลี 15% ของยอดขายรวม และ 3. มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ และมาเซราติ จีที 5% ของยอดขายรวม

"มาเซราติ เลวันเต้ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายหลักและเปิดตลาดเข้าสู่ ผู้บริโภค โดยปี 2561 รถในกลุ่ม 4 ประตูซีดานจะเพิ่มบทบาทเข้ามา เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยสร้างสีสัน ซึ่งจะทำการตลาดควบคู่กัน" นายปิยะเทพ กล่าว

นอกจากนี้ การสร้างประสบการณ์การขับขี่ทั้งในรูปแบบออนแทร็กและ ออนโรด และการรับรู้แบรนด์ต่อผู้บริโภคยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของบริษัทที่จะเป็นตัวชูโรงในการทำการตลาดปี 2561 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ภายหลังการเปิดตัวมาเซราติ เลวันเต้ ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผู้บริโภคของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้รักความแรง และ 2.กลุ่มผู้หญิง รวมถึงการสร้างความโดดเด่นให้กับโชว์รูม ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้สร้างความแตกต่างให้ ผู้บริโภคที่สัมผัสได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทซึ่งอยู่ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือเอ็มจีซี-เอเชีย มีฐานลูกค้ารถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี่ไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นราย ถือเป็นจุดแข็งอีกหนึ่งจุดที่ผลักดันให้บริษัทมีการเติบโต เนื่องจากมีการรองรับการเปลี่ยนรถยนต์ตามความต้องการในทุกกลุ่มของผู้บริโภค

ขณะที่การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และราคาจำหน่ายอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในเครือโดยสามารถ ใช้ความแข็งแกร่งดังกล่าวมาแบ่งปันในแบรนด์อื่นๆ ในเครือ

สำหรับภาพรวมตลาดลักซ์ชัวรี่ที่มีระดับราคา 7 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวน 2,000 คัน/ปี และมีอัตราเติบโตหลักเดียว โดยมองว่าปี 2561 ผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสซื้อเพิ่ม เนื่องจากบรรยากาศการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในปีหน้าจะดีขึ้น พร้อมกันนี้การอัดฉีดงบประมาณจากภาครัฐในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการใหญ่ๆ อย่างโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะมีเม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าสู่ระบบ ส่งผลให้อัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เติบโต ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่ไม่ได้ครองครองรถยนต์คันเดียวอยู่แล้ว จึงมองว่าจะเป็นทิศทางบวก

ด้านการแข่งขันของตลาดรถยนต์ ลักซ์ชัวรี่ที่มีราคา 7 ล้านบาทขึ้นไปในปี 2561 มีการแข่งขันที่รุนแรงจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของผู้เล่นในตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีคู่แข่งบางรายมีการปรับราคาลง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งหลายรายที่เข้าสู่ตลาด ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันของตลาดมีการเปรียบเทียบข้อแตกต่างและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล