posttoday
หุ้นรับเหมาก่อสร้าง โตตามการลงทุนรอบใหญ่

หุ้นรับเหมาก่อสร้าง โตตามการลงทุนรอบใหญ่

02 มกราคม 2561

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลยังคงจะดำเนินการไปเรื่อยๆ และเห็นชัดว่าการลงทุนนั้นเริ่มเกิดขึ้นแล้ว หากดูตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลในช่วงต้นปีงบประมาณที่ผ่านมาถือว่าเกิดขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 41.67% ของจีดีพี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเบิกเงินเพื่อไปใช้ในการลงทุน ซึ่งเมื่อภาพใหญ่เป็นอย่างนี้ ทำให้มีการคาดหวังกันว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ที่รอคอยการลงทุนของรัฐมาเนิ่นนาน

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลยังคงจะดำเนินการไปเรื่อยๆ และเห็นชัดว่าการลงทุนนั้นเริ่มเกิดขึ้นแล้ว หากดูตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลในช่วงต้นปีงบประมาณที่ผ่านมาถือว่าเกิดขึ้นต่อเนื่อง และล่าสุดตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 41.67% ของจีดีพี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเบิกเงินเพื่อไปใช้ในการลงทุน ซึ่งเมื่อภาพใหญ่เป็นอย่างนี้ ทำให้มีการคาดหวังกันว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ที่รอคอยการลงทุนของรัฐมาเนิ่นนาน

อย่างไรก็ตาม หากสำรวจผ่านจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ก็จะพบว่าเริ่มมีมุมมองบวกมากๆ กับหุ้นที่จะได้รับประโยชน์ทั้งจากการลงทุนและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วงจรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งเครื่องจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้คาดว่าทุกตัวเป็นบวกหมด โดยเรามองเครื่องจักรที่จะเร่งตัวขึ้นมากที่สุดคือ การลงทุนทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะดันให้จีดีพีปีนี้โตได้ถึง 4.1% และหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนเช่น ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ซีฟโก้ ( SEAFCO)

ด้าน โนมูระพัฒนสิน ระบุว่า เรามีมุมมองบวกต่อความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 โดยจากข่าวล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีเป้าหมายจะนำโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 แบ่งเป็น 9 เส้นทาง 25-30 สัญญา เสนอ ครม.เห็นชอบภายในเดือน มี.ค. 2561 (เมื่อผ่านความเห็นชอบจากซูเปอร์บอร์ดจัดซื้อฯ) ซึ่งหากทำได้ตามเป้าของ รฟท. จะถือว่าทำได้เร็วกว่าเราคาดว่าจะผ่าน ครม.ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 และถือเป็นสัญญาณบวกคลายความกังวลประเด็น พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ ของตลาดที่มาเร็วกว่าคาด ทั้งนี้เส้นทางที่ รฟท.จะเริ่มเสนอ 2 เส้นทาง คือ เส้น จิระ-อุบลฯ และขอนแก่น-หนองคาย เรามองบวกหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ และเลือก ช.การช่าง (CK) และ STEC จากแนวโน้มธุรกิจกลุ่มที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวนี้ต่อเนื่องปีหน้าจะมีงานเปิดประมูลรวมราว 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าเมื่อ 2 ปีก่อนที่เปิดประมูลราว 3.6 แสนล้านบาท และคาดว่าทั้งสองบริษัทจะเป็นผู้มีกำไรโตสูงและได้งานมากสุดในกลุ่มตามลำดับ

ทั้งนี้ มองว่าผลงานในไตรมาส 4 ปี 2560 กำไรปกติเติบโตทั้งเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ก่อสร้างงานและภาครัฐส่งมอบมากขึ้นชดเชยงานเก่าและคาดว่าปีนี้กำไรปีจะเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำในปีก่อน และคาดว่ารายได้จะแตะที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่งานในมือสูงระดับแสนล้านบาทเป็นจุดสูงสุดในประวัติการณ์ และจะสามารถสร้างรายได้ให้ใน 3-4 ปีข้างหน้า

ราคาที่ปรับลงมามองเป็นจุดน่าซื้อสะสมรับการลงทุนรอบใหม่ โดยปัจจุบันซื้อขายราคาต่อมูลค่าบัญชีที่ 2.8 เท่า แม้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่ม (1.9 เท่า) แต่ยังเหมาะสมจากความสามารถในการทำกำไรสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์ลำดับต้นๆ จากการรับงานลงทุนรอบใหญ่ในช่วงถัดไป

STEC คาดรายได้ปีนี้โต 50% จากปีนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท

ภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตก้าวกระโดด หรือเพิ่มขึ้น 50% มาที่ 3 หมื่นล้านบาท ตามงานในมือที่ต้องส่งมอบ และจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 7-8% ส่วนงานใหม่ตั้งเป้าจะได้ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรักษาระดับงานในมือ (แบ็กล็อก) ไว้ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปี

ขณะที่ สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) ระบุว่า ปีนี้ตั้งเป้าประมูลงานก่อสร้างตามนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีหน้าจะมีการประมูลงานราว 4 แสนล้านบาท บริษัทหวังจะรับงาน 20-25% หรือราว 1 แสนล้านบาท โดยมุ่งหวังโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑล 4 มูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน มูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และคูคต-ลำลูกกา โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 ช่วงเกษตร-นวมินทร์ โครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่ากว่า 3.62 หมื่นล้านบาท ด้านโครงการในต่างประเทศคาดว่าจะมีโครงการประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใหม่ๆ ใน สปป.ลาว และการประมูลงานวางระบบประปาในเมียนมา เป็นต้น

"เราพร้อมประมูลทุกโครงการที่รัฐบาลจะเปิดประมูลทั้งปี 2561 ตามข่าวก็มีมูลค่ารวม 4 แสนล้านบาท ส่วนโครงการลงทุนอีอีซีก็เป็นโครงการใหญ่อีกโครงการหนึ่งที่มีงานให้เข้าประมูลเยอะมาก ทั้งรูปแบบที่ให้เอกชนเข้าประมูล และรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) เราก็มีบริษัทในกลุ่มที่พร้อมจะผนึกกำลังกันเข้าร่วมประมูล โดยมุ่งเน้นรักษาอัตราการเติบโต 8-10% ต่อปี ต่อเนื่อง 5 ปี"

จากนี้ก็ต้องดูว่าจะเป็นปีทองหุ้นรับเหมาก่อสร้างอย่างที่หวังกันได้แค่ไหน การลงทุนครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่มีความเชื่อมั่นเต็มที่พร้อมจะลงทุน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน