
อนาคตประชาธิปไตย
อาจกล่าวได้ว่าอนาคตประชาธิปไตยไทยแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันกับอนาคตการศึกษาของชาติที่ไม่มีความก้าวหน้าและดูจะไร้ความหวัง
อาจกล่าวได้ว่าอนาคตประชาธิปไตยไทยแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันกับอนาคตการศึกษาของชาติที่ไม่มีความก้าวหน้าและดูจะไร้ความหวัง
จริงอยู่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าการเมืองตามโรดแมป แต่เมื่อพิจารณาตามสภาพแวดล้อมทางการเมืองแล้วดูเหมือนยังมีความไม่แน่นอนสูง
ขณะเดียวกันมีแนวโน้มค่อนข้างมากที่จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิมในช่วงปลายปี 2561 อีกด้วย
กรณีการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในทุกด้านได้สร้างบทเรียนสำคัญสำหรับนักการศึกษาและแวดวงวิชาการถึงความล้มเหลว
การปฏิรูปการเมืองก็เช่นเดียวกัน ถึงเวลาที่ต้องนำมาทบทวนและร่วมกันหาทางเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการไปจากวิธีการเดิมๆ
การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งเปรียบเสมือนหมุดหมายและสัญญาประชาคมที่ประชาชนเรือนล้านได้ร่วมกันเรียกร้องและปรารถนาจะเห็นอนาคตการเมืองที่ดีและมีความหวัง
แต่แล้วหลังการก่อรัฐประหารโดยคณะนายทหารจากกองทัพก็ดูเหมือนว่าความหวังในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการสร้างอนาคตที่ดีกลายเป็นความริบหรี่ และกลายเป็นเรื่องการจัดสรรดุลอำนาจใหม่แทนการสร้างโอกาสไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า
รัฐบาลทหารตอกย้ำเสมอมาว่าไม่ต้องการคะแนนเสียง จึงไม่จำเป็นต้องผลักดันนโยบายประชานิยมเพื่อสร้างการยอมรับ แต่การบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีแรงกดดันหรือกระบวนการตรวจสอบที่สามารถทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ย่อมส่งผลเสียต่อผู้อยู่ภายใต้การปกครอง
โอกาสหลายด้านของประเทศที่สูญเสียไปจากการทำรัฐประหารมีนานัปการ ซึ่งมิจำเป็นต้องกล่าวถึง เพราะชาติประชาธิปไตยในโลกที่หนึ่งได้ส่งสัญญาณสะท้อนไว้เป็นอย่างดี และคณะรัฐบาลก็รับทราบแล้ว
ฉะนั้น การสร้างประชาธิปไตยจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการดำเนินนโยบายในโลกสมัยใหม่ ประการสำคัญคือผู้นำรัฐบาลจะต้องพิสูจน์ถึงความจริงใจอันนำไปสู่การสร้างความมั่นใจแก่คนในชาติและนานาชาติได้เข้าใจว่าอนาคตที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยจะมีประชาชนของประเทศเป็นผู้ชี้ชะตาเลือกอนาคตนั้น
หากไม่เข้าใจโจทย์การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ประเทศย่อมมีความเสี่ยงที่จะติดกับดักความเปลี่ยนแปลง และจะนำคนในชาติเข้าสู่วังวนวิกฤตเช่นอดีต ทั้งวิกฤตการศึกษา วิกฤตคุณภาพแรงงาน วิกฤตระบบราชการที่ขาดศักยภาพ การกระจายอำนาจที่ยังไม่คืบหน้า ฯลฯ
ความอยู่รอดของประเทศในสภาวะที่โลกมีการแข่งขันสูงและรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องได้ผู้นำที่มาสร้างโอกาสให้เกิดการรวมพลังของประชาชนช่วยกันออกแบบทิศทางประเทศ ซึ่งตามครรลองระบอบประชาธิปไตยจะต้องให้พลเมืองได้ใช้สิทธิออกเสียงกำหนดอนาคตของตัวเอง
หากฝ่ายบริหารยังสาละวนอยู่กับอำนาจและเดินเกมแย่งชิงอำนาจเพื่อตัวเอง แน่นอนว่าโอกาสที่ประเทศจะย่ำอยู่กับเรื่องเดิมๆ ย่อมมีสูง และความหวังที่เราต่างเฝ้ารอก็จะไม่เป็นจริง คอยแต่ตามล้างตามเช็ดปัญหาหมักหมมเดิมๆ ไม่สิ้นสุด
มิต้องกล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจซึ่งเป็นจุดเปราะบางและจุดตายของ ทุกรัฐบาล หากประเทศไม่มีอนาคตเสียแล้ว โอกาสที่จะซ้ำเติมปัญหา ปากท้องประชาชนย่อมมีสูงตามไปด้วย n







