
ส่องธุรกิจค้าปลีกเวียดนาม
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล ธุรกิจค้าปลีกในเวียดนาม ประเภทธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าปลีกรายเล็กแบบดั้งเดิมยังคงเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของเวียดนาม โดยมีสัดส่วนมากถึง 96% ของช่องทางจัดจำหน่ายทั้งหมด เนื่องจากมีจำนวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทั้งในเขตเมืองและชนบท ถึงแม้จะมีคู่แข่งร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่พัฒนาและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่พฤติกรรมการจับจ่ายของชาวเวียดนามส่วนใหญ่ยังคงนิยมซื้อของตามร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่แทรกตัวอยู่ในชุมชนต่างๆ ด้วยความสะดวก คุ้นเคย และความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ธุรกิจค้าปลีกในเวียดนาม ประเภทธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าปลีกรายเล็กแบบดั้งเดิมยังคงเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของเวียดนาม โดยมีสัดส่วนมากถึง 96% ของช่องทางจัดจำหน่ายทั้งหมด เนื่องจากมีจำนวนมากและกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทั้งในเขตเมืองและชนบท ถึงแม้จะมีคู่แข่งร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่พัฒนาและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่พฤติกรรมการจับจ่ายของชาวเวียดนามส่วนใหญ่ยังคงนิยมซื้อของตามร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่แทรกตัวอยู่ในชุมชนต่างๆ ด้วยความสะดวก คุ้นเคย และความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
ร้านค้าสะดวกซื้อเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่เติบโตรวดเร็วที่สุด แม้ยอดขายจะไม่ได้สูงสุดเมื่อเทียบกับร้านค้าปลีกประเภทอื่น แต่สามารถจับกลุ่มลูกค้า วัยรุ่นและคนหนุ่มสาวในเขตเมืองได้ ทั้งนี้ ในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ในเวียดนามจะมีบริเวณที่นั่งให้ลูกค้าสามารถบริโภคอาหารที่ซื้อจากในร้านได้ ร้านค้าสะดวกซื้อจึงกลายเป็นที่สังสรรค์ราคาถูกของลูกค้าวัยรุ่น
ทั้งนี้ ร้านค้าสะดวกซื้อสมัยใหม่ในเวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมในการเลือกซื้อสินค้าที่ดี พื้นที่กว้างขวาง มีการจัดวางที่เป็นระบบระเบียบทำให้หาของง่าย มีของให้เลือกหลากหลายทั้งประเภทสินค้าและยี่ห้อ สะดวก ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตถือเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่ขยายตัวต่ำสุด เพราะมีคู่แข่งอย่างร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีความได้เปรียบทั้งด้านพื้นที่และความหลากหลายของสินค้า
อย่างไรก็ดี ห้างล็อตเต้ มาร์ท (Lotte Mart) เป็นห้างที่มีการเติบโตสูงสุดในเวียดนาม เนื่องจากมียุทธศาสตร์ขยายสาขาจำนวนมาก มีการบริการลูกค้าที่ดี พื้นที่กว้างขวาง และสินค้าที่หลากหลาย และด้วยเป็นการลงทุนของเกาหลีใต้ จึงมีการจัดโซนพื้นที่เฉพาะเป็นสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมสินค้าเกาหลีและตอบสนองเทรนด์ความนิยม K-pop ทำให้สามารถจับกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวเวียดนามได้ดี
ปิตินันท์ สมานวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ให้ข้อมูลว่า การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกของเวียดนามค่อนข้างสูง เพราะทุกแห่งต่างเน้นทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เพื่อจับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่ชอบออกมาสังสรรค์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้า โดยตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่ง
"การลงทุนของต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกของเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปี 2558 และคาดว่าจะโตต่อเนื่องไปอีก 5-10 ปีข้างหน้า บริษัทที่เข้ามาในตลาดแล้วก็มีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนของบริษัทใหม่ก็มีมากเช่นกัน เช่น Takashimaya ของญี่ปุ่น Auchan ของฝรั่งเศส Lion Group ของมาเลเซีย Lotte และ E-Mart ของเกาหลีใต้ จึงนับเป็นโอกาสของสินค้าไทยที่เข้าเจาะตลาดเวียดนามผ่านช่องทางค้าปลีกเหล่านี้" ปิตินันท์ ระบุ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลเวียดนามมี นโยบายในการรณรงค์และผลักดันให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในเวียดนามปรับปรุงความสะอาด และการจัดระบบ ระเบียบภายในร้าน อีกทั้งต้องปรับปรุงความรวดเร็วของการให้บริการและความเป็นมิตรมากขึ้น เพื่อให้ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมสามารถสู้กับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ได้ แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคชาวเวียดนามที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับสินค้าราคาถูกเท่านั้น ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพและสุขอนามัยมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวเวียดนามสมัยใหม่กลายมาเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดและซับซ้อนขึ้น โดยเริ่มมองหาสินค้าที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัว การเข้าสู่สังคมเมือง จึงเป็นตัวผลักดันให้ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในเวียดนามได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติและเติบโตต่อเนื่อง







