
ข้อคิดจากก้าวคนละก้าว
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด คนไทยจะต้องจารึกไว้ในหัวใจตราบนานเท่านานถึงวีรกรรมของร็อกเกอร์หนุ่มนาม อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ไม่ใช่เพียงเพราะเขาแข็งแรง อดทน และเข้มแข็ง ที่วิ่งจากเบตงจนเข้าเส้นชัยที่แม่สาย ด้วยระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร แต่มันหมายถึงการปลุกคุณค่าของจิตสำนึกของคนไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย กล่าวโดยสรุปว่าข้อคิดที่ได้จากการวิ่งเรี่ยไรเงินบริจาคของโครงการ "ก้าวคนละก้าว" มีดังนี้
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
คนไทยจะต้องจารึกไว้ในหัวใจตราบนานเท่านานถึงวีรกรรมของร็อกเกอร์หนุ่มนาม อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ไม่ใช่เพียงเพราะเขาแข็งแรง อดทน และเข้มแข็ง ที่วิ่งจากเบตงจนเข้าเส้นชัยที่แม่สาย ด้วยระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร แต่มันหมายถึงการปลุกคุณค่าของจิตสำนึกของคนไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย กล่าวโดยสรุปว่าข้อคิดที่ได้จากการวิ่งเรี่ยไรเงินบริจาคของโครงการ "ก้าวคนละก้าว" มีดังนี้
การปลุกจิตสำนึกของประชาชน
การที่คนคนหนึ่งยอมเสียสละตัวเอง เพื่อระดมเงินทุนช่วย 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้คนในสังคมเริ่มตระหนักถึงปัญหาใหญ่ของประเทศว่า โรงพยาบาลซึ่งถือเป็นที่พึ่งของคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ยังขาดแคลนเงินทุนอีกมาก แต่หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันคนละเล็กละน้อย เลิกคิดว่าธุระไม่ใช่ ปัญหาต่างๆ ก็สามารถบรรเทาลงได้ เหมือนที่เราได้เห็นทุกคนร่วมกันบริจาคเงินให้กับโครงการตามช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ความดีเป็นสิ่งไม่ตาย
แม้จะมีคนตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานาถึงการวิ่งของตูน บอดี้สแลม อาทิ เรื่องที่มองว่า ร็อกเกอร์หนุ่มมีส่วนได้ส่วนเสียกับการวิ่งครั้งนี้ เพราะได้บริษัทกีฬา ยักษ์ใหญ่มาเป็นสปอนเซอร์ให้ รวมถึงวิ่งเพื่อสร้างกระแสให้กับตัวเอง หรือทำไปก็เท่านั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ในระยะยาว แต่สิ่งที่ทุกคนได้เห็นคือ ตูนไม่ตอบโต้ข้อครหาใดๆ ทั้งสิ้น แต่ยังคงมุ่งมั่นวิ่งต่อไป โดยมองว่าการกระทำสำคัญ กว่าคำพูด สุดท้ายก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความดีเป็นสิ่งไม่ตาย และมีคนจำนวนมากที่มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำ จนขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ให้ความฝันของตูนในการระดมทุนให้ได้ถึง 700 ล้านบาทเป็นความจริง และยังมี การบริจาคกันอย่างต่อเนื่องอยู่แม้ว่าจะวิ่งสำเร็จแล้ว จนยอดทะลุไปกว่า 1,200 ล้านบาท
สร้างแรงบันดาลใจ
การที่คนดังของสังคมลุกขึ้นมาทำความดีเพื่อสังคมโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชนที่เห็น "พี่ตูน" ของพวกเขาเป็นไอดอล หรือเป็นคนต้นแบบ เพราะการทำความดีของตูนได้รับการยกย่องและชื่นชมจากสังคม ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติอยากทำตามแบบฮีโร่ของพวกเขาบ้าง
สร้างความสุขและรอยยิ้ม
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนตลอดเส้นทางที่ตูน บอดี้สแลมวิ่งผ่าน คือมีผู้คนมากมายมารอให้กำลังใจ ร่วมบริจาคเงิน และส่งเสบียงให้กับเขาตามรายทาง ซึ่งแม้จะทำให้แผนการวิ่งต้องล่าช้าไปจากโปรแกรมที่วางไว้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการวิ่งของเขาสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลายคนมองว่าเสี่ยงอันตราย เป็นพื้นที่สีแดง แต่นักร้องหนุ่มกลับบอกว่า "ตลอดทางที่ผ่านมา มีแต่ความรักให้ผม มีแต่รอยยิ้ม ที่นี่เป็น 'พื้นที่สีชมพู' สำหรับผม"
ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้
ก่อนหน้านี้ ตูนเคยออกวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปยัง อ.บางสะพาน ระยะทาง 400 กิโลเมตร เพื่อระดมเงินทุนในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นเคยมีคนปรามาสไว้เช่นกันว่าเป็นการทำอะไรที่เกินตัว แต่สุดท้ายก็ได้เงินบริจาคเข้ามาถึง 80 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่เจ้าตัวตั้งไว้ และเป็นการตอกย้ำว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้!
ในการวิ่งครั้งนี้ มีบทเรียนที่สามารถช่วยสอนเยาวชนได้อีกหลายข้อ (ความเชื่อในฮีโร่ของพวกเขามากกว่าพ่อแม่ ครู อาจารย์) ได้แก่ 1) ความอ่อนน้อม ถ่อมตน 2) การรู้จักให้กำลังใจผู้อื่น 3) การไม่รู้จักยอมแพ้ 4) รู้จักฟังเสียงหัวใจตนเองว่า "ยังไหวก็ไปต่อ" 5) การทำงานเป็นทีม (หนทางไกลต้องไปด้วยกัน) 6) พลังงานแห่งความดีนั้นมีอยู่จริง 7) ทำให้รู้ว่าทุกคนนั้นล้วนทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ 8) สอนให้คนยิ่งสูงยิ่งต้องก้มตัวให้ต่ำ 9) การเลือกคบมิตรที่ดีและช่วยเหลือกัน 10) การทำเพื่อคนอื่นนั้นยิ่งใหญ่กว่าการทำเพื่อตนเอง ดังคำกล่าวของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ให้พรกับตูนในวันเข้าเส้นชัยที่ไร่เชิญตะวันว่า "อยู่เพื่อตัวเองนั้นอยู่ แค่สิ้นใจ แต่อยู่เพื่อคนทั่วไป อยู่จนชั่วฟ้าดินสลาย" เราชาวไทยคงจดจำร็อกเกอร์ไทยร่างผอม ระเบิดหู สักยันต์เกือบทั่วตัวนาม "อาทิวราห์ คงมาลัย" ไปตราบนานเท่านาน n







