
มอง 'ผู้ร้าย' ในอีกมุม
อานิก อัมระนันทน์สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีจิตใจร่มเย็น ประโยชน์ของความใจเย็นในเรื่องใกล้ตัวนั้นเข้าใจง่าย แต่สำหรับเรื่องไกลตัวมักไม่ค่อยเห็นประโยชน์กัน อาทิ อารมณ์ต่อ "ผู้ร้าย" ที่อย่างสหรัฐอเมริกาและโรฮีนจาซึ่งสังคมออนไลน์แสดงความจงเกลียดจงชังพอๆ กัน ทั้งที่สถานะพละกำลังต่างกันอย่างฟ้ากับดิน
อานิก อัมระนันทน์
สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีจิตใจร่มเย็น ประโยชน์ของความใจเย็นในเรื่องใกล้ตัวนั้นเข้าใจง่าย แต่สำหรับเรื่องไกลตัวมักไม่ค่อยเห็นประโยชน์กัน อาทิ อารมณ์ต่อ "ผู้ร้าย" ที่อย่างสหรัฐอเมริกาและโรฮีนจาซึ่งสังคมออนไลน์แสดงความจงเกลียดจงชังพอๆ กัน ทั้งที่สถานะพละกำลังต่างกันอย่างฟ้ากับดิน
"ผู้ร้าย" หมายเลข 1 : อเมริกามหาอำนาจถูกประณามว่าเป็นนักเลงใหญ่ใช้กำลังทุกรูปแบบเพื่อประโยชน์ของตนเอง ตั้งแต่การแทรกแซง ทำสงคราม จนถึงการทำสนธิสัญญาทางการค้า ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาทำเพื่อประโยชน์ของเขา แต่หลายอย่างก็ทำในฐานะสมาชิกถาวรในสภา ความมั่นคงของสหประชาชาติ
ที่สำคัญต้องดูว่าไทยได้ประโยชน์ด้วยไหม? บางอย่างที่เขาทำมีความผิดพลาดและมีผลกระทบ แต่มองย้อนไป ถ้า "ผู้ร้าย" ไม่มาจุ้นจ้านแถวอินโดจีน ไม่ให้เงินช่วยเหลือไทยกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ส่งคนมาตายกว่า 5.8 หมื่นคน ประเทศไทยโดยลำพังจะทัดทานการคุกคามของระบอบคอมมิวนิสต์ได้หรือ? แล้วถ้า ไม่ได้จะเป็นอย่างไร?
ความเสมอภาคเป็นอุดมการณ์ที่งดงาม แต่ในทางปฏิบัติไม่มีประเทศไหนทำได้สำเร็จตามอุดมการณ์ดั้งเดิม การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์จำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่เป็นประชาธิปไตย ได้เลือกตั้งเฉพาะในหมู่สมาชิกพรรค คือคนส่วนน้อยที่กลายเป็นชนชั้นปกครอง อีกทั้งระบบเศรษฐกิจก็ด้อยประสิทธิภาพอย่างหนัก แม้จะป้องกันบางคนไม่ให้รวยได้ (นอกวงชนชั้นปกครองระดับสูง) แต่ก็ทำให้คนส่วนมากยากจนเสมอภาคกัน! ประเทศคอมมิวนิสต์ที่ผ่านความยากแค้นมาได้ถึงปัจจุบันล้วนนำระบบทุนนิยมเข้าไปใช้ในเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ผ่อนคลายด้านการเมือง
เนื่องจากระบอบคอมมิวนิสต์ไม่ยอมรับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าคอมมิวนิสต์ชนะคนไทยก็คงไม่ได้อบอุ่นใต้ร่มพระบารมีถึง 70 ปี ทั้งนี้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็ทรงบทบาทยิ่งยวดในการต่อสู้กับความยากจนซึ่งเป็นเสบียงสำคัญของคอมมิวนิสต์
สิ่งหนึ่งที่กระชากหน้ากากผู้ร้ายคือ มุมมองที่ตรงกันข้ามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรามองว่าอเมริกาทำอย่างเอาเปรียบคนอื่นนั้น ทรัมป์กลับมองว่าที่ผ่านมาอเมริกาโง่สิ้นดี! อเมริกา เสียเปรียบมากที่ลงทุนลงแรงทำให้โลกมีความมั่นคง ซึ่งทำให้ประเทศอื่นๆ ได้ร่ำรวยจากการค้าโดยไม่ต้องเสียอะไร เมื่อเขาลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐจึงชูนโยบายที่จะยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีในแถบแปซิฟิก (TPP) ซึ่งฝ่ายค้านในหลายประเทศสมาชิกมองว่าทำให้ประเทศตนเสียเปรียบอเมริกา (รวมทั้งประเทศไทยที่ไม่เข้าร่วม)
ทรัมป์ผู้ถือหลัก "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) จึงกอบกู้ประโยชน์อเมริกาโดยยกเลิกเรื่องใหญ่ๆ ที่สหรัฐอเมริกาเคยผลักดันมาอย่าง TPP รวมทั้งถอนตัวออกจากข้อตกลงลดโลกร้อนด้วย
จะมองให้กว้างอย่างไรคงไม่เห็น "ผู้ร้าย" เป็นเทวดาไปได้ แต่ก็อาจหนีไม่พ้นข้อสรุปว่าอเมริกาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ถึงจะเป็นนักเลงแต่ก็มี "ใจนักเลง" ด้วย
"ผู้ร้าย" หมายเลข 2 : ชาวโรฮีนจาที่ไร้อำนาจ ไร้กระทั่งแผ่นดิน ถูกคนไทยส่วนหนึ่งรุมกระหน่ำในเฟซบุ๊กขององค์กรดูแลผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ (UNHCR) ที่เชิญชวนคนไทยบริจาคช่วยเหลือผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ เมื่อมีผู้สงสารโรฮีนจาไปโพสต์ใน pantip.com คนกลุ่มเดียวกันก็ตามเข้ามาแสดงทัศนะไทยๆ แบบศรีธนญชัยที่ไร้ความเมตตาปรานี จะมีก็แต่อคติ
"คนพวกนี้ไม่สมควรเกิด แถมมีจำนวนเป็นล้าน จะมีชีวิตอย่างอเนจอนาถแค่ไหนใครจะไปช่วยได้ ยิ่งช่วยก็ยิ่งเพิ่มจำนวน เพิ่มปัญหาไม่จบสิ้น" "เป็นประชากรคุณภาพต่ำ ที่ประเทศไหนๆ ก็ไม่อยากได้" "ให้ทำงาน? พวกนี้แม้แต่ล้างจานชามที่กินข้าวยังไม่ทำ"
ยังดีที่บางคนก็คิดด้วยเหตุผล "มนุษยธรรมก็ส่วนหนึ่ง ความมั่นคงก็ส่วนหนึ่ง มองให้รอบด้าน แล้วหาจุดสมดุลที่พอดี เห็นใจชาวโรฮีนจา ก็ต้องเห็นใจคนไทยกันเองด้วยครับ"
โรฮีนจาเป็นชุมชนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่เป็นรัฐยะไข่ประเทศเมียนมามานานอย่างน้อย 600 ปี แต่ในหลายสิบปีที่ผ่านมามีความ ขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกับรัฐบาลกลาง และในระดับประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งประสบปัญหาความยากจนด้วย เหตุการณ์ล่าสุดทำให้ชาวโรฮีนจาหลบหนีลี้ภัยถึง 5 แสนคน ประชาคมโลกกำลังประณามรัฐบาลเมียนมาว่ากำลังดำเนินการล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา
สำหรับประเทศไทย ในระดับรัฐบาลคงต้องหาจุดสมดุลที่กล่าวถึงข้างต้น แต่ในระดับประชาชนแม้ศรีธนญชัยคงสอนว่า "มนุษยธรรม" ไร้ประโยชน์ แต่ถ้าจริงใจกับการประกาศว่าไทยเป็นเมืองพุทธ หรือแม้จะไม่ศรัทธาพุทธ ก็ไม่น่าจะต้องซ้ำเติมชาวโรฮีนจา เพราะความสะใจที่ได้รังแต่จะทำให้จิตหม่นหมอง ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเป็น "บุญ" คือทำให้ใจบริสุทธิ์สดใสขึ้น ถ้าเมตตาสงสาร หรือถ้าบริจาคช่วยเหลือได้ก็จะเป็น "บุญ" ยิ่งขึ้นไปอีก
เราควรทำใจให้ร่มเย็นไว้ก่อน โรฮีนจาไม่ได้เป็น "ผู้ร้าย" สำหรับ คนไทย อย่าตีตนไปก่อนไข้ว่าเขาจะต้องมาแก่งแย่งคนไทยทำมาหากิน เมื่อมองอเมริกาก็จงมองให้กว้าง แล้วอาจจะพบว่าความเป็น "ผู้ร้าย" นั้นให้ประโยชน์กับเราไม่มากก็น้อย
ถ้าเราละความสะใจที่ได้จากการตีตรา-ด่าทอ "ผู้ร้าย" เหล่านี้ จิตใจจะปลอดโปร่ง เป็นสุขได้มากขึ้น เรื่องใกล้ตัวที่เป็นปัจจัยให้เราทุกข์มีอยู่ถมไป ไยจึงสร้างความหม่นหมองกับเรื่องไกลตัวเล่า? n







