
คุมประพฤติเมาขับ3.5พันราย
กรมคุมประพฤติ เผย 5 วันช่วงเทศกาลปีใหม่ "เมาแล้วขับ" พุ่งสูงขึ้นน่าตกใจ ศปถ.สรุปยอดผู้เสียชีวิต 317 รายแล้ว
กรมคุมประพฤติ เผย 5 วันช่วงเทศกาลปีใหม่ "เมาแล้วขับ" พุ่งสูงขึ้นน่าตกใจ ศปถ.สรุปยอดผู้เสียชีวิต 317 รายแล้ว
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัด กระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง เทศกาลปีใหม่ศาลสั่งคุมประพฤติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบกและขับรถประมาท ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2560-1 ม.ค. 2561 พบว่าทั่วประเทศมีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมดจำนวน 3,517 คดี
นายธวัชชัย กล่าวว่า สามารถจำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,105 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 88.28 คดีขับรถประมาท จำนวน 44 ราย หรือคิดเป็น ร้อยละ 1.25 คดีขับซิ่ง จำนวน 1 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02 คดีขับเสพและอื่นๆ จำนวน 367 ราย หรือคิดเป็น ร้อยละ 10.43
"หลายประเทศมีการแลกเปลี่ยนประวัติคนเมาสุราแล้วขับยานพาหนะ ให้เป็นบุคคลที่ต้องถูกจับตามอง และ เริ่มกำหนดเงื่อนไขไม่ให้เข้าประเทศ นอกจากนี้ยังพยายามเพิ่มโทษ เช่น ระยะเวลากักขังแทนการจำคุก ยึด ใบขับขี่ เพราะถือว่าเป็นภัยสังคม" นายธวัชชัย กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสถิติคดีเมาแล้วขับ ยอดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด สุรินทร์ 319 คดี สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 288 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสกลนคร 201 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรี 182 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุบลราชธานี 163 คดี
สำหรับผู้ที่ถูกคุมประพฤติจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ พร้อมถูกส่งไปให้ทำงานบริการสังคม โดยดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุจากรถตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่ร่วมโครงการกับกรมคุมประพฤติตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ว่า วันที่ 1 ม.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เกิดอุบัติเหตุ 677 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 71 ราย ผู้บาดเจ็บ 696 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 47.27 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 26.00 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.45 รถปิกอัพ 5.18
นอกจากนี้ ได้ตั้งจุดตรวจหลัก 2,011 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 6.5 หมื่นคน เรียกตรวจยานพาหนะ 7.8 แสนคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 1.3 แสนราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 3.9 หมื่นราย ไม่มีใบขับขี่ 3.8 หมื่นราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี 38 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด และกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ อุดรธานี 39 คน
นพ.โอภาส กล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 5 วัน ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 2560-1 ม.ค. 2561 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,056 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,188 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 9 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ตรัง ตาก นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ อุดรธานี 114 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ ศรีสะเกษ 13 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ อุดรธานี 118 ราย
อย่างไรก็ตาม สธ.ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการเจาะเลือดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนและบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต หากผู้ขับขี่ไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์โดยวิธีเป่าทางลมหายใจได้ ตลอด 5 วันมีผู้ที่ถูกส่งไปเจาะเลือดแล้ว 1,069 ราย







