posttoday
เงินไหลเข้า บอนด์ปีจอรุ่ง

เงินไหลเข้า บอนด์ปีจอรุ่ง

01 มกราคม 2561

พรสวรรค์ นันทะปล.ดึงโค้ทประโยคนี้คะ - สิ่งที่ต้องติดตามในปี 2561 คือ เฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25-1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ บอนด์ยิลด์ของไทยจะปรับลดลงและลดความสนใจของการน่าเข้ามาลงทุนหรือไม่ เพราะประเด็นนี้มีผลต่อฟันด์โฟลว์

พรสวรรค์ นันทะ

ปล.ดึงโค้ทประโยคนี้คะ - สิ่งที่ต้องติดตามในปี 2561 คือ เฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25-1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ บอนด์ยิลด์ของไทยจะปรับลดลงและลดความสนใจของการน่าเข้ามาลงทุนหรือไม่ เพราะประเด็นนี้มีผลต่อฟันด์โฟลว์

การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ปีจอ หรือ 2561 ยังเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ตลาดหุ้นอาจเผชิญกับความผันผวน

ลองมาฟังทิศทางการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ผ่าน อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า คาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายไม่น่าเปลี่ยนจาก 1.5% เพราะเงินเฟ้อถึงจะบวกมาต่อเนื่อง 5 เดือนของปีที่แล้ว แต่ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-4% ด้านทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ ยิลด์) ทั้งอายุ 5 ปี และ 10 ปี ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ ตามทิศทางดอกเบี้ยโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณจะปรับขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า 2-3 ครั้ง รวมถึงความต้องการซื้อ (ดีมานด์) และปริมาณการออกขาย (ซัพพลาย) ในตลาดบอนด์ไทย ทิศทางเงินเฟ้อ และแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย ยังเป็นปัจจัยหนุนให้บอนด์ยิลด์ปรับขึ้น

ทั้งนี้ ยอดซื้อสุทธิสะสมปี 2559 อยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2560 มียอดซื้อสุทธิเป็นบวกต่อเนื่อง ยกเว้นช่วงเดือน ต.ค.ที่มียอดซื้อปรับลดลงหนัก ก่อนจะกลับเข้ามาซื้อใหม่ช่วงปลายเดือน ต.ค.-พ.ย. แต่รอบนี้อาจแตกต่างจากปกติที่เงินทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) มักเข้าในบอนด์ระยะยาวสัดส่วนประมาณ 80% แต่รอบนี้กลับลงบอนด์ระยะสั้นเป็นหลัก เพราะนักลงทุนรอความชัดเจนสถานการณ์ปี 2561 อีกครั้ง

สำหรับปริมาณฟันด์โฟลว์ที่เข้ามาในบอนด์ปี 2560 มีประมาณ 2.08 แสนล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2560 โดยเข้ามาในบอนด์ระยะสั้นมากขึ้น แต่สัดส่วนการลงทุนโดยรวมของต่างชาติที่เข้ามา 2.08 แสนล้านบาท 80% ยังเป็นการลงทุนในบอนด์ยาวอีก 20% ลงบอนด์ระยะสั้น แต่ยอดถือครองพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติในพันธบัตรรัฐบาลช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมายังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี การลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังผันผวนบ้าง เพราะหากมีสถานการณ์มากระทบให้เงินโยกกลับสหรัฐ มักออกจากบอนด์ประเภทนี้ก่อน มูลค่าการถือลงทุนในปัจจุบันของต่างชาติมีประมาณ 1 แสนล้านบาท ปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 ธ.ค. 2560) ยอดการถือครองของนักลงทุนต่างชาติในตลาดบอนด์ไทยรวมอยู่ที่ 8.35 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11-12% ของมูลค่าคงค้างของพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตร ธปท.ทั้งหมด เพิ่มขึ้นมาจากปลายปี 2559 ที่มีสัดส่วนประมาณ 9.8%

อริยา กล่าวว่า ความต้องการเข้ามาลงทุน บอนด์ไม่น่าห่วง เนื่องจากสภาพคล่องในระบบสูง และดีมานด์โตขึ้นทุกปี ส่วนปริมาณการออกบอนด์ (ซัพพลาย) รัฐบาลประกาศแผนการลงทุนในปี 2561 อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท จากปีงบประมาณก่อนหน้า มีทั้งส่วนที่กู้ยืมใหม่และรีไฟแนนซ์จากยอดเดิม กดดันต่อทิศทางบอนด์ยิลด์ระยะกลางและระยะยาวให้ปรับเพิ่มขึ้นได้ ถ้าซัพพลายออกมามากพอ

อย่างไรก็ดี หากไปดูรายละเอียดการออกพันธบัตรอ้างอิง (เบนมาร์ทบอนด์) ที่ส่วนใหญ่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติซื้อ แม้จะปรับเพิ่มขึ้นบ้างในช่วงที่นักลงทุนรายใหญ่และต่างชาติเข้ามาซื้อ และดอกเบี้ยเฟดปรับขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่เส้นผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยิลด์) ไทย 10 ปี อยู่ที่ 2.6% สูงกว่าบอนด์ 5 ปี สหรัฐที่ 2.35% สูงกว่า 0.25% และส่วนต่างแคบลง เพราะเดิมส่วนต่างเฉลี่ยอยู่ที่ 0.5%

ขณะที่บอนด์ยิลด์ 5 ปีของไทยอยู่ที่ 1.9% ต่ำกว่าบอนด์ยิลด์ 5 ปีของสหรัฐอยู่ที่ 2.1% ซึ่งต่ำกว่าบอนด์สหรัฐในช่วงเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ทั้งที่บอนด์สหรัฐควรสูงกว่าไทย เนื่องจากบอนด์สหรัฐปรับขึ้นตามดอกเบี้ยเฟด แต่ดอกเบี้ยนโยบาย กนง.ยังคงอยู่ที่ 1.5% มาตลอด สิ่งที่ต้องติดตามในปี 2561 คือ เฟดขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25-1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ บอนด์ยิลด์ของไทยจะปรับลดลงและลดความสนใจของการน่าเข้ามาลงทุนหรือไม่ เพราะประเด็นนี้มีผลต่อฟันด์โฟลว์ ณ วันที่ 29 ธ.ค. 2560 สรุปมูลค่าการซื้อขายรวม 9.92 แสนล้านบาท บอนด์ยิลด์อายุ 1 เดือน อยู่ที่ 1.145% อายุ 3 เดือน 1.187%

จิตติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปี 2560 ที่ผ่านมาตลาดบอนด์ถือว่ามีความสามารถในการทำกำไรดี บอนด์ยิลด์ 10 ปี อยู่ที่ 2.8% ลดลง 2-4% ทำให้ราคาปรับตัวดีขึ้น เฉลี่ยแล้วได้ผลตอบแทนที่ 5-6% ปรับดีขึ้นตามดอกเบี้ยเฟด

บวกกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี จากตลาดมีมุมมองความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้และการเมืองปรับลดลง โอกาสถูกเทขายแทบไม่มี เนื่องจากปีนี้เงินดอลลาร์สหรัฐยังไม่ฟื้น อยู่ในทิศทางอ่อนค่า แนวโน้มเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคและไทยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพราะตลาดมองว่ารัฐบาลสหรัฐยังไม่น่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์ให้กลับมาแข็งค่าขึ้นได้

ดังนั้น แนวโน้มดอลลาร์จะแข็งค่ากว่าเงินยูโรและเงินเยน แต่ยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลในเอเชียและเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า คาดว่าในปี 2561 ฟันด์โฟลว์น่าจะไหลเข้ามาบ้างประมาณ 1 แสนล้านบาท ลงในบอนด์ระยะสั้นเป็นหลัก จากสภาพคล่องในตลาดโลกที่ยังสูง เพราะการลดคิวอีคงทยอยทำ โดยปีนี้บอนด์ยิลด์อายุ 10 ปี น่าจะเพิ่มจาก 2.7% ในปีที่แล้ว เพิ่มเป็น 3% ขณะที่ค่าเงินบาทในปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 30.50-31.80 บาท/ดอลลาร์ หนุนการเข้าลงทุนในบอนด์ไทย ซึ่งได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ